รัฐผุดไอเดีย ประกันภัยพิบัติ ดึงเอกชนร่วมจ่าย ยึดโมเดลญี่ปุ่น ประชาชนได้เงินเร็ว

“`html

รัฐบาลเตรียมเปิดตัวระบบประกันภัยพิบัติแบบใหม่ ดึงเอกชนร่วมช่วยเหลือประชาชน

รองนายกรัฐมนตรี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เปิดเผยว่ารัฐบาลมีแนวคิดดังเดิมในการจัดการสถานการณ์พิบัติ โดยการออกแบบระบบประกันภัยพิบัติใหม่ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือประชาชน พร้อมกับยึดแบบอย่างจากประเทศญี่ปุ่น

แนวทางการพัฒนาระบบการช่วยเหลือประชาชน

ตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยศึกษาแนวทางการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติม นอกจากการจ่ายอุดหนุนจากงบประมาณรัฐอย่างเดียว โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนได้รับเงินชดเชยในจำนวนที่มากขึ้นและเร็วขึ้น จึงนำเสนอแนวคิดเรื่องการประกันภัยพิบัติ ซึ่งจะมีการร่วมมือกับบริษัทประกันวินาศภัยเข้ามาช่วยสนับสนุนการเบิกจ่ายเงิน

การศึกษาดังกล่าวดำเนินการโดยกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกระทรวงการคลัง และคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย รวมทั้งสมาคมประกันวินาศภัยไทย

ยึดโมเดลญี่ปุ่นในการจัดการภัยธรรมชาติ

หลักการในการออกแบบระบบประกันภัยพิบัติใหม่จะเลียนแบบแนวทางของประเทศญี่ปุ่น โดยครอบคลุมความเสี่ยงจากภัยแผ่นดินไหว น้ำท่วม และวาตภัย ในโมเดลดังกล่าว บริษัทประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ประสบภัยโดยรวดเร็ว เมื่อเข้าเกณฑ์ที่กำหนดตามหลักเกณฑ์ประกันภัย

เบี้ยประกันในแต่ละพื้นที่จะไม่เท่ากัน เนื่องจากความเสี่ยงในการประสบภัยแตกต่างกันไป ท้องถิ่นที่มีความเสี่ยงสูงจะมีเบี้ยประกันที่สูงขึ้น ในขณะที่พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำจะมีเบี้ยประกันที่ต่ำกว่า

ประโยชน์ของการเปิดตัวระบบประกันภัยพิบัติใหม่

หากบริษัทเอกชนเข้ามารับประกันภัย จะสามารถช่วยลดภาระด้านงบประมาณของรัฐได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการได้รับเงินชดเชยที่มากขึ้นและรวดเร็วขึ้น เพราะเมื่อเข้าลักษณะเบี้ยประกันภัย จะมีการจ่ายตามเกณฑ์ที่กำหนดทันที

ปัจจุบัน กระบวนการเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือขาดความรวดเร็ว บางครั้งล่าช้า ทำให้ผู้ประสบภัยต้องรอนานก่อนได้รับเงินตราจำนวนน้อย นอกจากนี้ รัฐบาลจ่ายเงินช่วยเหลือแบบครอบคลุม ขณะที่การจ่ายตามลักษณะเบี้ยประกันจะมีเพดานการจ่าย และหากความเสียหายเกินจำนวนเงินที่บริษัทประกันจ่าย จะต้องพิจารณาให้รัฐช่วยเหลือเพิ่มเติม

ตัวอย่างความไม่เพียงพอของการช่วยเหลือเดิม

นายปกรณ์ยกตัวอย่างว่า หากเกิดความเสียหายจากภัยพิบัติ และรัฐบาลจ่ายเงินช่วยเหลือประมาณ 9,000 บาท อย่างไรก็ตาม จำนวนเงินดังกล่าวอาจไม่เพียงพอสำหรับการซ่อมแซมบ้านที่ประสบความเสียหาย เพราะค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมมักจะสูงกว่านั้น อย่างไรก็ตาม ก็เป็นไปไม่ได้ที่รัฐจะจ่ายเงินได้มากขนาดนั้น เนื่องจากจะมีผลต่องบประมาณรัฐ จึงเป็นที่มาของแนวคิดในการเปิดตัวระบบประกันภัยพิบัติใหม่

การชี้แจงเรื่องการดูแลประชาชน

นายปกรณ์ เน้นย้ำว่า แนวคิดใหม่นี้ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่ดูแลประชาชน หากแต่เป็นการดูแลแบบที่มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์มากขึ้น โดยรัฐจะยังคงมีบทบาทในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเสียหาย แต่จะทำให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

ผลงานการดำเนินการและแผนการหน้า

ปัจจุบัน หน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายได้หารือกันในเบื้องต้นแล้ว และอยู่ในขั้นตอนของการสรุปข้อมูลและตัวเลขต่างๆ เพื่อนำเสนอหลักการของแนวคิดดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี นายปกรณ์ได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ เพื่อเสนอหลักการต่อการประชุมคณะรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด

“`

ป้ายโฆษณา tidtrend