โจรข่มขืนคนสูงอายุกระจายทั่วกรุงเทพ แต่งตัวเป็นช่างแก้ไขไฟฟ้าและแอร์โหชกลโล่งใจ
ภัยอุบัติใจร้ายได้ดำเนินการโจรกรรมเป้าเฉพาะ โดยเลือกเหยื่อเป็นผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียวเท่านั้น ผู้สูญเสียได้รายงานเข้าศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ทำให้เผยให้เห็นแบบแผนการเกิดเหตุที่ต่อเนื่องและมีการวางแผนมาก่อน
กลวิธีหลอกลวงเพื่อเพ้อพรประโยชน์
ผู้ร้ายจะขี่จักรยานยนต์ฮอนดา สกู๊ปปี้ สีดำหรือน้ำตาลเข้มที่ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน พร้อมสวมหมวกกันน็อกและหน้ากากผ้าเพื่อปิดบังตัวตน จากนั้นจะแสดงตัวว่าเป็นช่างซ่อมไฟฟ้าหรือช่างติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อขออนุญาตเข้าไปตรวจเช็กระบบในบ้าน วิธีการนี้ทำให้ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังเชื่อมิ่นและเปิดประตูต้อนรับได้ง่าย
ตัวอย่างการกระทำโจรรรมของผู้ร้าย
ในเหตุการณ์แรก ผู้สูญเสีย นางสาวมาลิวัลย์ อายุ 69 ปี ได้บอกว่าผู้ร้ายแอบอ้างตัวว่าช่างซ่อมแอร์ จากนั้นดำเนินเข้าไปในห้องชั้นสองของบ้านและลงมือค้นหาทรัพย์สิน นำไปได้แหวนเพชรจำนวน 2 วง สร้อยคอทองคำ และเงินสดเป็นจำนวนมาก
เหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เวลาประมาณ 08.49 น. ผู้สูญเสีย นางสาวบุญเรือน อายุ 54 ปี ซึ่งมีที่อยู่ในเขตมีนบุรี ได้บอกว่าตนออกไปทำงาน ทำให้ในบ้านเหลือเพียงคุณยายอายุ 94 ปี และญาติอีกคนหนึ่ง ผู้ร้ายเข้ามาอ้างว่าจะตรวจเช็กระบบไฟฟ้า แล้วใช้เวลาเดินวนเวียนอยู่ประมาณ 15 นาที ระหว่างนั้นลงมือขโมยเงินสดไปเกือบ 10,000 บาท
ลักษณะและวิธีการระบุตัวตนของผู้ร้าย
จากการวิเคราะห์เบาะแสจากผู้เสียหายทั้งสองราย พบว่าคนร้ายมีลักษณะเป็นชายผอมปานกลาง แต่งกายด้วยเสื้อยืด กางเกงยีนส์ และรองเท้าผ้าใบ พร้อมสะพายกระเป๋าข้าง ผู้ร้ายมีนิสัยเลือกเป้าหมายจากบ้านที่มีเพียงผู้สูงอายุเท่านั้น เนื่องจากจะง่ายต่อการหลอกลวงและลักทรัพย์
การรวมตัวของหน่วยงานในการตามล่า
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้เน้นว่าพฤติกรรมของผู้ร้ายแสดงให้เห็นว่าเขาอาจได้ลงมือกระทำความผิดในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพแล้ว ซึ่งถือเป็นภัยอันตรายต่อกลุ่มผู้สูงอายุ ทางเพจจึงเร่งประสานไปยังสถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี และสถานีตำรวจนครบาลบุปผาราม เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดการสืบสวนและติดตามการลงโทษตามกฎหมายอย่างเพียงพอ
ขอความร่วมมือจากประชาชน
เพจสายไหมต้องรอดขอให้ประชาชนทั่วไปที่เคยประสบเหตุในลักษณะเดียวกันหรือมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวตนของคนร้าย สามารถแจ้งข้อมูลเข้ามาเพื่อร่วมกันรวบรวมพยานหลักฐานในการจับกุมและดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุในชุมชนอื่นตกเป็นเหยื่อของการกระทำผิดลักษณะเดียวกัน


