พนักงานกวาดถนนเจ็บสาหัสถูกเก๋งชนกระเด็น คนขับเฉยชาติดูเสียหายรถแล้วหนีไป
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 น.ส.ระพีพร โพธิ์ศรี อายุ 33 ปี พนักงานรักษาความสะอาดของสำนักงานเขตหลักสี่ ได้เข้ามาร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมจากการถูกรถยนต์ชนที่บริเวณถนนแจ้งวัฒนา นอกเหนือจากความเจ็บปวดร่างกายแล้ว เธอยังต้องเสียใจกับท่าทีของคนขับที่ไม่สนใจความเป็นอยู่ของเธอแม้แต่น้อย
เหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยในเช้าวันธรรมชาติ
น.ส.ระพีพร เล่าว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 05.10 น. ของวันที่ 9 กรกฎาคม ขณะที่เธอกำลังทำความสะอาดฟุตปาธและถนนหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส ด้วยความไม่ระมัดระวังของผู้ขับขี่ รถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีขาวได้พุ่งเข้ามาชนจากด้านหลังด้วยแรงสนั่น ทำให้เธอกระเด็นไปไกลและได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บริเวณหัวเข่า
นอกจากความเสียหายต่อร่างกายแล้ว น.ส.ระพีพร ยังต้องเผชิญกับปัญหาที่ยิ่งร้ายแรง คือไม่รู้ว่าจะสามารถกลับเดินได้เป็นปกติเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะทีมแพทย์ยังไม่สามารถยืนยันได้ถึงการฟื้นตัวเต็มที่ของเธอ
พฤติกรรมที่ไม่มีเมตตาของคนขับรถ
สิ่งที่เพิ่มความเสียใจให้กับผู้บาดเจ็บคือ หลังจากเกิดเหตุ คนขับไม่ได้หยุดรถมาช่วยเหลือทันที แต่กลับขับเลยไปไกลกว่า 500 เมตร จนกระทั่งไปจอดรถบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยได้เปิดประตูลงมาสำรวจความเสียหายของรถตัวเอง แต่คนขับนั่งเฉยชาติในรถและไม่มีความจำนงที่จะไปดูแลหรือช่วยเหลือผู้บาดเจ็บแม้แต่น้อย
จนถึงปัจจุบันผู้บาดเจ็บยังไม่ได้รับการติดต่อจากผู้ที่รับผิดชอบเลย ทำให้เธอรู้สึกหวาดระแวงว่าอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการกระทำที่ไม่อุ่นใจนี้
บัญชีเหตุการณ์จากเพื่อนร่วมงาน
เพื่อนร่วมงานของน.ส.ระพีพร ซึ่งอยู่ในสถานที่และได้เข้าช่วยเหลือทันที กล่าวว่าเมื่อได้ยินเสียงระงมจากการชนกัน เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปดู พบว่าน.ส.ระพีพร นอนหมดสติอยู่บนพื้น โดยศีรษะกระแทกขอบฟุตปาธและบวมเป่งอย่างหนัก นอกจากนี้เธอยังได้บาดเจ็บอย่างรุนแรงที่ข้อเท้า
เพื่อนร่วมงานยืนยันว่า ในขณะที่เกิดเหตุ น.ส.ระพีพร กำลังทำงานอยู่ภายในบริเวณที่ปลอดภัยตามกฎของสำนักงาน ไม่ได้เดินออกนอกกรอบความปลอดภัยแม้แต่น้อย นอกจากนี้พนักงานทุกคนในทีมสวมใส่เสื้อกั๊กสะท้อนแสงที่เด่นชัดมากพอที่จะมองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้ในช่วงเช้ามืด
เพื่อนร่วมงานของผู้บาดเจ็บได้เรียกร้องให้ผู้ขับขี่รถยนต์ต่างๆ บนท้องถนนเพิ่มความระมัดระวังและเห็นอกเห็นใจต่อพนักงานกวาดถนนที่ต้องตื่นมาทำงานตั้งแต่เวลา 04.00 น. เพื่อให้บ้านเมืองสะอาดและให้ประชาชนสัญจรได้อย่างปลอดภัย
การส่วนตัวรวมหลักฐานของทีมสอบสวน
นายนิรันดร์ เกเง้ว ผู้ร่วมก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้อธิบายว่า ทีมงานกำลังรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดแบบละเอียด จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบเพียงว่าเป็นรถเก๋งสีขาวเท่านั้น แต่รายละเอียดป้ายทะเบียนยังไม่ชัดเจนเพราะฟุ้งเหว่
ทีมสอบสวนได้วิงวอนให้ประชาชนและผู้ขับขี่รถยนต์ที่ใช้เส้นทางถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณหน้าห้างโลตัส ในช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 9 กรกฎาคม ช่วยเหลือโดยการนำส่งข้อมูล หรือการบันทึกภาพจากกล้องหน้ารถหากมี ส่งมอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการจับกุมและดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำความผิด
การตรวจสอบเส้นทางการหลบหนี
นอกจากนี้ เพจสายไหมต้องรอด ได้สังเกตจากเส้นทางการหลบหนีของรถเก๋งสีขาวว่า มีความเป็นไปได้ว่ารถคันดังกล่าวอาจจะขับเข้าไปในบริเวณของสถาบันทหารแห่งหนึ่ง ทางต่างๆ กำลังประสานงานและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นการพิจารณาขยายความสำเร็จของการตามล่าหา


