สาวผันตัวมารับงานเอง แสบเปิดบริษัทให้แก๊งสแกมเมอร์ ฟอกเงินกว่า 100 ล้าน

“`html

แกร่งบุกจับหญิงสูงวัยหัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ ฟอกเงินกว่า 100 ล้านบาท

การปราบปรามการคดีอาญาประสบความสำเร็จอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่จับกุมผู้หญิงอายุ 46 ปีที่เป็นกรรมการบริษัทนอมินีและหัวหน้าของแก๊งฮุบเงินออนไลน์ บุคคลดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญของเครือข่ายการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตที่ได้ทำให้ประชาชนสูญเงินมากกว่า 100 ล้านบาท

ความเป็นมาของการจับกุม

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. ได้สั่งการให้ทีมสืบสวนจับกุมตัว น.ส.ธัญรัศม์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหลักในคดีมิจฉาชีพออนไลน์ โดยทำการจับกุมที่บริเวณอพาร์ตเมนต์ในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง เลขที่ 570/2569 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2569 โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาในข้อหลายข้อ ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันแทรกข้อมูลเท็จเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ร่วมกันฟอกเงินและสมคบฟอกเงิน

วิธีการทำงานของเครือข่ายมิจฉาชีพ

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า เครือข่ายมิจฉาชีพได้ดำเนินการลักลอบหลอกร่วมลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ โดยแสดงตัวเป็นบริษัทธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้คนเชื่อถือและตกเป็นเหยื่อ

แก๊งผู้ร้ายแบ่งบทบาทหน้าที่อย่างชาญฉลาดและมีระบบ โดยแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มตั้งแต่กลุ่มที่ชักชวนผู้เสียหาย จนถึงกลุ่มที่จัดตั้งบริษัทนอมินีและเปิดบัญชีธนาคารปลอม การจัดตั้งบริษัทกวมเงินนี้มีจำนวนมากกว่า 50 บริษัท ซึ่งใช้เป็นช่องทางรับโอนเงินจากผู้ตกเป็นเหยื่อ

จำนวนผู้เสียหายและเงินที่สูญเสีย

ปัญหาจากเครือข่ายมิจฉาชีพนี้ยังมีความรุนแรงอย่างมาก โดยมีผู้เสียหายจำนวนมากขึ้นทีละเพิ่มเติม และได้แจ้งความเรียบร้อยแล้วไปยังสถานีตำรวจในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ปริมาณเงินที่ถูกจ้างหายไปมีจำนวนรวมกว่า 100 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้แล้วมากกว่า 50 ราย โดยดำเนินการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง

บทบาทของผู้ต้องหาในเครือข่าย

จากการสืบสวนตรวจสอบได้ว่า น.ส.ธัญรัศม์ เป็นหนึ่งในกรรมการของบริษัทนอมินีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทปลอม 50 บริษัทนั้น บริษัทของผู้ต้องหาได้รับเงินจากผู้เสียหายรวมแล้วกว่า 3 ล้านบาท

หลังจากกระทำความผิดแล้ว ผู้ต้องหาได้หลบหนีและซ่อนตัวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ กระทั่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามและจับกุมตัวได้สำเร็จ

การสารภาพและปลายทางการต่อสู้

เมื่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวน น.ส.ธัญรัศม์ ได้รับสารภาพว่า เดิมทีเคยไปทำงานให้กับแก๊งที่ดำเนินการคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงและเว็บพนันในประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อได้เรียนรู้วิธีการดำเนินการจึงจึงตัดสินใจเปลี่ยนเป็นทำอย่างเป็นเจ้าของเอง

ผู้ต้องหาได้ร่วมกับอดีตเพื่อนร่วมงาน จัดตั้งบริษัทนอมินีและเปิดบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคลจำนวน 4 แห่ง หลังจากนั้นก็ส่งต่อให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้เพื่อทำการฟอกเงินและการหลอกลวงออนไลน์ โดยตัวผู้ต้องหาได้รับผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลหรือเปอร์เซ็นต์จากรายได้

นอกจากนี้ผู้ต้องหายังรับสารภาพว่า ได้มีส่วนร่วมในการจัดหาและลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์ซิมม้า แล้วส่งให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงและสแกมประชาชน

ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ได้รับอนุมัติให้ควบคุมตัวผู้ต้องหาแล้ว และได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจคลองตัน เพื่อดำเนินการสอบสวนและฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป

“`

ป้ายโฆษณา tidtrend