ไดรเวอร์แอปพลิเคชันสูญเสียสายตาหลังถูกแก๊งพม่ารุมทำร้าย เพียงเรื่องค่าโดยสาร 50 บาท
นายศุภชัย อายุ 61 ปี ไดรเวอร์ที่ขับรถยนต์ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันรับส่งผู้โดยสาร ได้ยื่นเรียนขอความเป็นธรรมต่อสายไหมต้องรอด หลังจากถูกทำร้ายจากกลุ่มผู้โดยสารชาวเมียนมาจำนวน 5 คน จนส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร
เหตุการณ์เกิดจากข้อขัดแย้งค่าโดยสาร
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา เมื่อนายศุภชัยไปรับผู้โดยสารชาวเมียนมา 5 คน จากสถานีขนส่งหมอชิต โดยมีการตกลงกันในตอนแรกว่าจะใช้เส้นทางด่วนซึ่งมีค่าบริการเพิ่มเติม 50 บาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางถึงจุดหมายที่เป็นโรงแรมแห่งหนึ่งในสมุทรปราการ ผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าวปฏิเสธการจ่ายเงินค่าโดยสาร 770 บาท โดยอ้างว่าในแอปพลิเคชันระบุราคาเพียง 720 บาทเท่านั้น
แม้ว่านายศุภชัยได้พยายามอธิบายว่าค่าบริการเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นค่าทางด่วน แต่กลับนำไปสู่การที่ผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าวรุมต่อยจนเขาหมดสติคาที่ นอกจากนี้ เขายังไม่ได้รับเงินค่าโดยสารแม้แต่บาทเดียว
ผลกระทบต่อชีวิตของผู้ขับรถ
เมื่อนายศุภชัยฟื้นตัวที่โรงพยาบาล ได้ได้รับการติดต่อจากตำรวจที่บอกว่าได้ตรวจสอบยังที่พักของผู้ก่อเหตุและเก็บข้อมูลหนังสือเดินทางแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาขอให้สืบสวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับแสดงท่าทีที่ไม่พอใจ
บาดแผลจากเหตุการณ์นี้มีความร้ายแรงอย่างมาก ทำให้นายศุภชัยสูญเสียการมองเห็นด้วยตาขวาอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้เขายังประสบกับอาการปวดศีรษะ เลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง และน้ำตาไหลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เขาไม่สามารถประกอบอาชีพขับรถได้อีกต่อไป
ความเห็นจากตัวแทนสายไหมต้องรอด
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ตัวแทนสายไหมต้องรอด ได้กล่าวว่าอาการของนายศุภชัยนั้นรุนแรงมาก โดยมีการเบ้าตาขวาหัก และตาบอดถาวร สายไหมต้องรอดกำลังเตรียมพานายศุภชัยเข้าพบผู้กำกับการสถานีตำรวจเพื่อเร่งรัดคดี เนื่องจากเชื่อว่ามีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าโรงแรมอย่างแน่นอน
นายเอกภพยังเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งลงโทษกลุ่มต่างชาติที่ก่อเหตุโดยเร็วที่สุด เนื่องจากการกระทำอุกาจของพวกเขาได้พังชีวิตของคนไทยไปเพียงเพราะข้อขัดแย้งเรื่องค่าโดยสารแค่ 50 บาท


