พี่สาวร่ำไห้รับศพน้องสาวจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ต้องเผชิญความเศร้าบอกหลานวัย 2 ขวบถึงความสูญเสีย
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พี่สาวของผู้เสียชีวิตหนึ่งจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ได้เดินทางมาติดต่อขอรับศพเพื่อเตรียมงานศพจากท่ามกลางบรรยากาศอื่อฉาน
ตามเล่าของพี่สาว น้องสาวของเธอสูญเสียการติดต่อกับครอบครัวมาตั้งแต่วันเกิดเหตุ โดยในตอนแรกครอบครัวไม่ทราบว่าน้องสาวจะไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งนี้ ความขัดข้องดังกล่าวทำให้ครอบครัวตกใจเป็นอย่างมาก
การค้นหาที่สิ้นสุดด้วยข่าวร้าย
ในช่วงเช้าของวันที่ 13 กรกฎาคม แฟนของน้องสาวได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันถามว่าได้แจ้งครอบครัวเกี่ยวกับการไปเที่ยวหรือไม่ ทำให้ครอบครัวตระหนักว่าสิ่งไม่ดีเกิดขึ้น เพราะในเวลาเดียวกันพวกเขากำลังติดตามข่าวเกี่ยวกับเหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้น
ครอบครัวจึงประสานพี่ชายให้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทันที หลังจากประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้รับการยืนยันตัวตนจากภาพถ่าย ครอบครัวจึงรู้อย่างแน่ชัดว่าน้องสาวเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ต้องรอวันจนกว่าจะเสร็จสิ้นขั้นตอนนิติเวชศาสตร์จึงสามารถรับศพกลับไปทำพิธีได้
สถานการณ์ที่เศร้าสลด 3 ชีวิตเสียชีวิต
ตามรายละเอียด ในคืนที่เกิดเหตุ น้องสาวไปเที่ยวพร้อมกับกลุ่มเพื่อน รวมทั้งสิ้น 4 คน มีผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว ขณะที่อีก 3 คนรวมถึงน้องสาวของพี่เข็มอักสรเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้
ความเสียใจที่ยิ่งใหญ่คือ ผู้เสียชีวิตมีลูกสาววัยเพียง 2 ขวบที่ยังอยู่ในวัยเด็กอ่อนและขึ้นต่อการดูแลของแม่ ตลอดมา น้องสาวทำงานหาเลี้ยงลูกเพียงลำพังจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์โศคนารี
ความเสียใจของครอบครัวและการหากล่อมใจหลาน
ครอบครัวต้องเผชิญกับความท้าทายที่ยากลำบากในการบอกความจริงแก่หลานสาวที่เป็นลูกคนเดียวของผู้เสียชีวิต ลูกน้อยคนนี้เป็นหลานที่คนในบ้านรักษาและอบรมมาตั้งแต่เกิด การสูญเสียครั้งนี้สร้างความวิหคความโศกเศร้าเป็นครั้งแรกให้กับบ้านเรือน
ครอบครัววางแผนที่จะค่อย ๆ บอกความจริงแก่หลานในลักษณะที่เหมาะสม และมอบหมายให้พ่อของเด็กช่วยสนับสนุนการดูแลจิตใจของลูกต่อไป
ครอบครัวไม่สนใจเงินแต่ร้องขอความรับผิดชอบ
เมื่อถูกถามถึงการมอบเงินเยียวยาเบื้องต้นจำนวน 10,000 บาทจากทางร้าน พี่สาวของผู้เสียชีวิตแสดงว่าครอบครัวไม่มีความสนใจในด้านการเงินแต่อย่างใด สิ่งที่ครอบครัวต้องการจริง ๆ คือการที่น้องสาวกลับมาเหมือนเดิม
พี่สาวกล่าวด้วยความเศร้าหมองว่า หากเป็นไปได้ครอบครัวไม่ได้ต้องการเงินเลย เพียงแต่หวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นการสลบหรือสำลักควันแล้วน้องสาวจะตื่นขึ้นมาเพื่อดูแลลูกสาวของเธอต่อไป ครอบครัวไม่ได้ต้องการโทษใครหรือวิจารณ์ร้านแห่งนั้นต่อไป เนื่องจากการพูดเพิ่มเติมจะไม่สามารถนำน้องสาวกลับมาได้
อย่างไรก็ตาม พี่สาวกล่าวถึงการประเมินความรับผิดชอบที่ลึกซึ้งกว่า โดยเรียกร้องให้ทางเจ้าของร้านออกมาแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีข้อมูลข่าวเรื่องการเคลมประกันที่ไม่ครอบคลุมตัวบุคคล ทำให้ครอบครัวอยากให้ทางร้านออกมาชี้แจงและไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ลุกลามไปตามกระแสข่าวโดยพลการ
ต่อจากนี้ ครอบครัวจะนำศพไปทำพิธีฌาปนกิจตามหลักศาสนาที่วัดมะสง จังหวัดนนทบุรี


