“`html
รัฐบาลใช้กลไกพิเศษควบคุมราคาน้ำมัน ไม่ให้พุ่งตามความเคลื่อนไหวตลาดโลก
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยกลไกการบริหารราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ โดยการใช้เงินจากโรงกลั่นและกองทุนน้ำมันเพื่อควบคุมให้ราคาไม่เพิ่มขึ้นเกินไปตามตลาดโลก
สถานการณ์ปัจจุบันเกิดขึ้นหลังจากราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเหตุการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันทุกชนิดปรับเพิ่มขึ้นหลายครั้ง แต่ประเทศไทยยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ผ่านระบบหนักสมการราคา
กลไกควบคุมราคาที่ใช้อยู่
รัฐมนตรีพลังงานเสนอว่า มีการลดราคาหน้าโรงกลั่นโดยนำเงินจากโรงกลั่นมาช่วยลดราคาหน้าปั๊ม นอกจากนี้ยังมีการใช้กองทุนน้ำมันในการบริหารและปรับสมดุลราคาให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด ซึ่งหลีกเลี่ยงการปรับราคาอย่างรวดเร็วหรือเกินจำเป็น
ปัจจุบันกระทรวงพลังงานกำลังใช้วงเงิน 10,500 ล้านบาท จากกลไกนี้มาลดราคาน้ำมันที่จุดจำหน่าย และวนจะทำการติดตามสถานการณ์ทุกวันเพื่อให้ราคา ไม่เพิ่มขึ้นเร็วและแรงตามตลาดโลก
การบริหารอุปทานน้ำมันในประเทศ
เกี่ยวกับอุปทานน้ำมัน นายเอกนัฏ ยืนยันว่าน้ำมันดิบในประเทศยังคงมีปริมาณเพียงพอ ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปที่สะสมในแทงก์บริเวณมีพอเพียงจนเกือบเต็มความจุ ดังนั้นประเทศไทยจึงไม่พบปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีพลังงานเน้นว่าการบริหารราคาจะต้องสอดคล้องกับกลไกตลาด แต่ไม่ปล่อยให้ราคาเพิ่มขึ้นแบบกระทันหันหรือกระชาก ยังคงมีการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและพิจารณาการปรับขึ้นลงราคาอย่างรอบคอบ
แนวทางอนาคตในการควบคุมราคา
นายเอกนัฏ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยไม่ได้อิงราคาสิงคโปร์อย่างตายตัวอีกต่อไป แม้ว่าจะใช้ราคาอ้างอิงแต่ก็มีการลดราคาหน้าปั๊มผ่านทางเงินจากโรงกลั่นมาหนุนเหนือ
กระทรวงพลังงานจะใช้อำนาจภายใต้พระราชกฤษฎีกาแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ในการจัดการราคาต่อไป โดยคำนึงถึงการทำให้ราคาเสถียรและไม่ผันผวนรุนแรงตามความเคลื่อนไหวของตลาดสากล
“`


