หอการค้า เตือนผู้ประกอบการไทย เร่งสต็อกวัตถุดิบ  รับมือปิดฮอร์มุซรอบใหม่

“`html

หอการค้าเตือนผู้ประกอบการไทยเร่งเก็บสต็อกวัตถุดิบ รับมือกับวิกฤตฮอร์มุซครั้งใหม่

หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้ออกมาเตือนผู้ประกอบการให้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่เกิดขึ้นช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ปีที่ผ่านมา

สถานการณ์ตึงเครียดอาจกลับมาในช่องแคบฮอร์มุซ

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยเปิดเผยว่า สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซในตะวันออกกลางมีแนวโน้มที่จะตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าทั้งสองฝ่ายได้ลงนามข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ไม่นาน

สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบขนส่งทางเรือผ่านเส้นทางตะวันออกกลาง ทำให้ค่าระวางเรือและค่าประกันภัยผันผวน ขณะเดียวกันราคาพลังงานก็อาจปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลต่อความเพียงพอของวัตถุดิบในภาคการผลิต

สายการเดินเรือเตรียมเปลี่ยนเส้นทาง

ตัวแทนสายการเดินเรือได้ให้ข้อมูลว่า บริษัทเรือต่างๆ ได้เรียนรู้จากสถานการณ์ความขัดแย้งรอบที่แล้ว โดยปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือแล้ว ไปใช้ท่าเรือ Khor Fakkan ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือท่าเรือ Salalah และ Sohar ของประเทศโอมานแทน

การปรับเปลี่ยนนี้เป็นการหลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่มีความเสี่ยงสูง จึงทำให้มีเรือที่ผ่านช่องแคบดังกล่าวจำนวนน้อยมากในปัจจุบัน

ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมการ

นายพจน์ กล่าวว่าผู้ประกอบการไม่ควรตระหนกจนเกินไป แต่ต้องติดตามข้อมูลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อบริหารความเสี่ยง

  • ติดตามข้อมูลสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาพลังงาน ต้นทุนการขนส่ง และค่าโลจิสติกส์
  • ประเมินและเก็บสต็อกวัตถุดิบและสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมเตรียมแผนสำรองสำหรับการจัดหาวัตถุดิบในกรณีที่เกิดการขาดแคลน
  • ประสานงานกับสายการเดินเรือและผู้ให้บริการโลจิสติกส์เพื่อศึกษาทางเลือกและเส้นทางขนส่งผ่านตะวันออกกลางที่มีต้นทุนเหมาะสมที่สุด

หอการค้าพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ

หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้ประกาศว่าพร้อมทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการรับฟังข้อเสนอแนะจากสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้

หน่วยงานจะประสานงานกับภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้า การขนส่ง และความมั่นคงทางพลังงาน ดังเช่นที่เคยทำงานร่วมกับรัฐบาลผ่านศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

“`

ป้ายโฆษณา tidtrend