ตำรวจยึดเครือข่ายนอมินีข้ามชาติ 27 บริษัท มูลค่าธุรกิจกว่า 130 ล้านบาท
หน่วยงานตำรวจสอบสวนคดีอาญาจังหวัดปทุมธานี ได้ดำเนินการบุกค้นบ้านเดี่ยวในตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ตามหมายค้นของศาลจังหวัร และสำเร็จได้ผู้ต้องหา 7 คน ประกอบด้วยคนไทย 2 คนและชาวไต้หวัน 5 คน
การสอบสวนพบว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นสำนักงานบัญชีและศูนย์บริการจดทะเบียนบริษัท โดยหนึ่งในผู้ต้องหาใช้บ้านเป็นที่ตั้งจดทะเบียนสำหรับบริษัท 27 แห่ง ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2568 ถึง มี.ค. 2569
วิธีการดำเนินการผิดกฎหมาย
ผู้ต้องหารายหนึ่งเมื่อถูกสอบสวนให้การรับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจากบุคคลชาวไต้หวัน 17 คนให้ช่วยจดทะเบียนบริษัท โดยมีเงื่อนไขให้หาคนไทยมาเป็นผู้ถือหุ้นแทน เพื่อให้สามารถจัดตั้งนิติบุคคลตามกฎหมายได้
โครงสร้างการถือหุ้นในแต่ละบริษัทมักจะเป็นลักษณะดังนี้ ชาวไต้หวันถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49 ส่วนคนไทยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51 โดยการลงทุนขั้นต่ำต่อบริษัท 10,000 บาท
การจ้างคนไทยทำบัญชี
ผู้รับจดทะเบียนได้คัดเลือกคนไทยที่ว่างงานหรือประกอบอาชีพเป็นไรเดอร์ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดเพื่อมาร่วมเป็นผู้ถือหุ้นแทน แล้วจ่ายค่าจ้างให้คนละ 12,000 ถึง 15,000 บาทต่อการจดทะเบียนบริษัท
ขนาดของการดำเนินการผิดกฎหมาย
จากการตรวจสอบบัญชีธนาคารของนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการหมุนเวียนเงินกว่า 130 ล้านบาทในระยะเวลา 5 เดือน เท่านั้น สิ่งที่ยึดได้จากการค้นคือเอกสารการจดทะเบียนบริษัท สำเนาหนังสือเดินทางของชาวไต้หวัน และตรายางของบริษัทต่างๆ ทั้ง 17 แห่ง
ข้อหาตามกฎหมาย
ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหากำหนดตามมาตรา 36 พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ในส่วนของการเป็นคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่มิได้ได้รับอนุญาตหรือการถือหุ้นแทนเพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย
ผู้ต้องหาที่เป็นชาวไต้หวันถูกแจ้งข้อหากำหนดตามมาตรา 37 เรื่องการประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนมาตรา 8 ของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องหากับเอกสารหลักฐานให้สภ.สามโคก เพื่อดำเนินการสอบสวนและติดตามคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป


