ศาลยกฟ้องสองชายจีนในคดีกรรโชกทรัพย์และฟอกเงิน
ศาลจังหวัดนนทบุรีได้ออกคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่เกี่ยวข้องกับสองชายสัญชาติจีนที่ถูกจับกุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยคดีนี้เป็นคดีข้ามชาติที่เคยสร้างการสนใจสาธารณะอย่างมากเกี่ยวกับการแย่งชิงทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านบาท
รายละเอียดการจับกุม
ผู้ต้องหาในคดีนี้ได้แก่ นายตงกัว หรือ Mr. Zhao Chuanbo อายุ 41 ปี และ Mr. Huang Jianping อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นคนสัญชาติจีนทั้งคู่ ทั้งสองคนถูกจับกุมเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ปีที่แล้ว โดยตำรวจหลายหน่วยร่วมมือกันดำเนินการที่บริเวณสนามบินแห่งนี้
ข้อกล่าวหาที่ชี้ประเด็นต่อทั้งสองคนนั้น อยู่ในข้อกล่าวหาการร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น และทำให้พินัยกรรมหรือเอกสารของผู้อื่นเสียหายหรือสูญหาย ตามหมายจับที่ศาลจังหวัดนนทบุรีออกให้
ที่มาของคดี
การร้องทุกข์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน ของปีที่แล้ว โดยอดีตนายตำรวจนอกราชการได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจาก Mr. Yin Qianying หรือ “อาลู่” ชาวจีนสัญชาติกัมพูชา ที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำพิเศษ
ผู้ร้องทุกข์กล่าวหาว่านายตงกัว ซึ่งมีหมายจับของตำรวจสากลและทำหน้าที่เป็นสายข้อมูลให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้ร่วมกันกรรโชกทรัพย์สิ้นสุดของ “อาลู่” โดยนำเงินจากประเทศจีนมาฟอกเงินผ่านการซื้อโรงแรมหรูในย่านสีลม มูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินอื่นๆ อีกมากมาย
คำพิพากษาและการเคลื่อนไหวในชั้นศาล
หลังจากพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว ศาลจังหวัดนนทบุรีได้อนุมัติหมายจับและสั่งควบคุมตัวเพื่อสอบสวนในชั้นพนักงานสอบสวน เนื่องจากมูลค่าความเสียหายสูงและการที่เป็นคดีข้ามชาติ
ในระหว่างการดำเนินคดีในชั้นศาล บิดาของนายตงกัวได้ร้องขอความเป็นธรรมผ่านบุคคลที่เกี่ยวข้องและจัดให้มีทีมทนายความเข้ามาต่อสู้คดีในชั้นศาล ทีมกฎหมายประกอบด้วยบุคคลต่างๆ ที่มีประสบการณ์ในการดำเนินงานคดีอาญาทั่วไป
ผลการตัดสินศาล
หลังจากการนำเสนอพยานหลักฐานต่างๆ ในชั้นศาลพบว่า ข้อกล่าวหาทั้งหมดที่ชี้ประเด็นต่อผู้ต้องหาทั้งสองไม่สามารถจะเอาผิดได้อย่างชัดเจนตามหลักกฎหมาย ศาลจังหวัดนนทบุรีจึงได้ออกคำพิพากษายกฟ้องในทุกข้อกล่าวหา
คำตัดสินของศาลนี้ได้ปิดฉากคดีข้ามชาติที่เคยเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยวกับการแย่งชิงพินัยกรรมและสิทธิในโรงแรมหรูมูลค่าหลายพันล้านบาท โดยคืนความบริสุทธิ์ให้แก่นายตงกัวและ Mr. Huang Jianping อย่างสิ้นเชิง


