“`html
ตำรวจเพชรเกษมจับตัวหนุ่มเมียนมาค้ายาเสพติดครบวงจรในห้องเช่า
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 สถานีตำรวจภูธรเพชรเกษม ภายใต้การสั่งการของ พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม ได้บุกจับตัวชายชาติเมียนมารายหนึ่งที่มีกิจกรรมผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด
ผู้ต้องหาลักลอบค้ายาแบบครบวงจร
ตำรวจจับกุมตัว นายชิต โค โค อายุ 28 ปี สัญชาติเมียนมา พร้อมยึดของกลางจำนวนมาก ได้แก่ ยาบ้าชนิดเม็ดสีส้มประทับอักษร WY จำนวน 276 เม็ด ยาไอซ์เกล็ดสีขาวขุ่นรวม 0.88 กรัม บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก 2 ถุง เครื่องชั่งดิจิตอล ถุงพลาสติกใสแบ่งขาย 190 ถุง อุปกรณ์การเสพ 5 ชุด แผ่นฟอยล์ 64 อัน และไฟแช็ก 5 อัน ที่ยึดมาจากห้องเช่าอพาร์ตเมนต์ในแขวงบางแค กรุงเทพฯ
การเสริมสร้างเครือข่ายค้ายาผ่านโลกออนไลน์
จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การยืนยันว่า ยาเสพติดทั้งหมดเป็นของตนเอง โดยเขาได้ขอซื้อยาบ้าจากเอเย่นต์ชื่อ “นายแย” ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก ในราคา 3,500 บาทต่อถุง (บรรจุ 200 เม็ด) จากนั้นเขานำยาบ้ามาแบ่งลงในซองพลาสติกขนาดเล็ก ซองละ 10 เม็ดหรือ 50 เม็ดตามความต้องการของลูกค้า เพื่อหากำไรจากการขายในราคาที่สูงขึ้น
เสพร่วมกับลูกค้าในห้องพักเช่า
สำหรับยาไอซ์นั้น เขาใช้เครื่องชั่งดิจิตอลแบ่งออกเป็นส่วนย่อย ผู้ต้องหาเพิ่งเริ่มงานนี้ได้ประมาณ 2 เดือน เนื่องจากเห็นว่าการค้ายาเสพติดมีรายได้ดี เงินหาง่าย อุปกรณ์การเสพ 5 ชุดที่มีอยู่ในห้องนั้น เขาเตรียมไว้เพื่อให้บริการแก่วัยรุ่นที่มาซื้อยา โดยเขาจะอนุญาตให้ลูกค้าร่วมเสพยาเสพติดกันภายในห้องพักเช่า และตนเองก็เสพร่วมทุกครั้ง
จับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตาไว
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรับการร้องเรียนจากพลเมืองว่า ห้องเช่าดังกล่าวมีกลุ่มวัยรุ่นวนเวียนเข้าออกเพื่อเสพยาเสพติด ทำให้เกิดความรำคาญและเดือดร้อนต่อผู้พักอาศัยอื่น เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ พบตัวนายชิต โค โค ยืนอยู่ในห้องพร้อมอุปกรณ์การเสพ ทันทีที่ผู้ต้องหาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาจึงพยายามวิ่งหลบเข้าห้องน้ำและพยายามทำลายหลักฐาน โดยคว้าห่อยาบ้าและยาไอซ์กวาดทิ้งลงท่อระบายน้ำ แต่เจ้าหน้าที่ตาไวสามารถบุกชาร์จประกำตัวและเรียกคืนหลักฐานทั้งหมดจากท่อน้ำทิ้งได้สำเร็จ
ผลการตรวจสอบและการแจ้งข้อหา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะที่โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ และผลตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ทั้งยาบ้าและยาไอซ์ โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลาง และส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเพชรเกษมเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมขยายผลเพื่อจับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
“`


