สอบสวนคดีเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เชิญพี่สาวเจ้าของร้านให้การ นำเอกสารสำคัญมาประกอบคดี
ในการประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สถานีตำรวจภูธรพหลโยธิน พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 ได้เปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าของการสอบสวน ซึ่งมีความซับซ้อนและต้องการเวลาในการตรวจสอบอย่างรอบคอบ
ยอดผู้เสียชีวิตและการยืนยันตัวบุคคล
ตามข้อมูลล่าสุด จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ที่ 31 ราย โดยการยืนยันตัวบุคคลเสร็จสิ้นแล้ว 30 ราย และอยู่ระหว่างการยืนยันอัตลักษณ์อีก 1 ราย ส่วนการส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตคืนให้ญาติแล้ว 28 ราย และญาติผู้เสียชีวิตได้มาตรวจพิสูจน์ DNA แล้วจำนวน 30 ครอบครัว
นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากที่ได้รับการจำแนกตามความรุนแรง ได้แก่ ผู้บาดเจ็บเคสสีแดง 24 ราย เคสสีเหลือง 12 ราย และเคสสีเขียว 40 ราย
ความคืบหน้าการสอบสวนและการเก็บพยาน
ทางสำนักงานสอบสวนได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนในคดีนี้ โดยในวันดังกล่าวได้ทำการสอบปากคำพยานเพิ่มเติม 18 ราย รวมกับการสอบปากคำก่อนหน้านี้เป็น 51 ราย ผู้ให้การข้างต้นประกอบด้วยกลุ่มเจ้าของผู้ประกอบการ 1 รายและพนักงานในร้าน 16 ราย กลุ่มญาติลูกค้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ 32 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ 2 ราย
เชิญพี่สาวเจ้าของร้านให้การและส่งมอบเอกสาร
ในการสอบสวนครั้งดังกล่าว ตำรวจได้เชิญตัวพี่สาวของนายสุวิชา ผู้เป็นเจ้าของร้านมาให้การ แม้ว่าบุคคลดังกล่าวจะอาศัยอยู่จังหวัดยโสธรและไม่ได้มีชื่ออยู่ในหุ้นจดทะเบียนร้านแต่อย่างใด
พี่สาวของเจ้าของร้านได้นำเอกสารสำคัญต่าง ๆ มาส่งให้กับพนักงานสอบสวน อาทิเช่น สัญญาเช่าและใบอนุญาตสถานประกอบการ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวนี้เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนรูปคดีอย่างมาก
การตรวจสอบประตูทางออก
เกี่ยวกับประเด็นที่มีข้อมูลว่าประตูทางออกหรือทางหนีไฟถูกล็อกจากด้านนอก เบื้องต้นจากการสอบปากคำพยาน 2 คน ซึ่งเป็นพนักงานของร้านและผู้ขายลูกอมได้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน เพราะต้องรอพยานหลักฐานจากส่วนอื่น ๆ นำมาประกอบการตรวจสอบให้ชัดลงไป
การตรวจสอบต่อไป
สำหรับวันพรุ่งนี้ สำนักงานสอบสวนได้มอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนและสอบสวนจะไปทำการสอบปากคำผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารและระบบไฟฟ้า พร้อมทั้งเก็บข้อมูลรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เช่น กล้องวงจรปิดโดยรอบที่เกิดเหตุ และดำเนินการติดตามสอบปากคำข้อมูลจากผู้บาดเจ็บทุกราย
การตรวจสอบเพิ่มเติม
ผบก.น.2 ยังได้เปิดเผยว่าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับชายที่แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่และได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบสถานะและต้นสังกัดของบุคคลดังกล่าว เพื่อยืนยันว่าเป็นการนำเครื่องแบบมาสวมใส่โดยพลการหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตำรวจขอยืนยันว่าขณะนี้มุ่งเน้นการทำงานไปที่พฤติการณ์หลักของคดีเพลิงไหม้ ที่เกิดความสูญเสียต่อชีวิตประชาชนเป็นอันดับแรก
นอกจากนี้ ยังมีรถจักรยานยนต์ 6 คันและรถยนต์ 1 คัน ซึ่งจอดอยู่ในที่เกิดเหตุ รอให้เจ้าของมาติดต่อรับรถคืนได้ที่สถานีตำรวจภูธรพหลโยธิน


