Category Archives: ข่าวมาใหม่

วสท. เผยพบโฟมฉนวนกันความร้อน อาจเป็นเชื้อเพลิงหลัก สะสมของก๊าซ ก่อนปะทุรุนแรงเมื่อเปิดประตู

วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยเผยสาเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ลาดพร้าว พบโฟมฉนวนเป็นเชื้อเพลิงหลัก นางสาวบุษกร แสนสุข ประธานคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมป้องกันอัคคีภัย ภายใต้วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บหลักฐานเพิ่มเติมจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ค้นพบโฟมฉนวนกันความร้อนเป็นเชื้อเพลิงหลัก จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าเชื้อเพลิงบริเวณฝ้าเพดานนั้นมีโครงสร้างเหล็กพร้อมวัสดุกันความร้อนแบบฉีดพ่นเหนือฝ้า โดยมีความหนาประมาณ 3 นิ้วครอบคลุมเต็มพื้นที่ นางสาวบุษกรระบุว่า ปริมาณก๊าซเชื้อเพลิงจำนวนมากเป็นประเด็นที่น่าสงสัยในการปะทุเพลิงครั้งนี้ เมื่อทีมกองพิสูจน์หลักฐานร่วมกับสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเปิดฝ้าเพดานเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่ามีแรงดันอัดจากด้านล่างจนทำให้ฝ้าเพดานแตกลงมา โดยสภาพการลุกไหม้ภายในเกิดจากแรงดันสูงอัดขึ้นจากด้านล่าง กลไกการลุกลามของเพลิง จากการสะสมก๊าซและความร้อน บริเวณด้านในมีการฉีดพ่นโฟมเพื่อเป็นฉนวนกันความร้อน โดยพื้นที่ที่ลุกไหม้รุนแรงที่สุดคือโซนหน้าเวที จากวิดีโอย้อนหลังจะเห็นกลุ่มควันจำนวนมากที่ระบายออกมาจากภายใน ซึ่งเป็นไอก๊าซเชื้อเพลิงที่มีกลิ่นแสบจมูก นางสาวบุษกรอธิบายว่า ไฟลุกลามรุนแรงเนื่องจากเกิดแรงดันสูงจากภายในพุ่งออกมาจากจุดต่าง ๆ เมื่อมีการเปิดประตูด้านหลัง ก๊าซเชื้อเพลิงจำนวนมากปะทะกับอากาศทำให้เกิดการลุกไหม้อย่างรุนแรง การประเมินคุณภาพของวัสดุฉนวนกันความร้อน เกี่ยวกับคุณสมบัติของโฟมที่ใช้ว่าต้านไฟหรือไม่นั้น ยังต้องนำไปพิสูจน์เพิ่มเติม โดยลักษณะการลุกไหม้พบว่าบริเวณผิวโฟมมีการเสียรูปจากการระเบิดประทุ โดยเฉพาะบริเวณหน้าเวทีและบาร์น้ำมีการเคลือบแตกต่างจากพื้นที่ทั่วไป นางสาวบุษกรชี้ให้เห็นว่า แม้โฟมที่มีการเติมสารหน่วงไฟจะติดไฟได้ยาก แต่โฟมยังคงเป็นวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง หากได้รับความร้อนสูงเกินกว่าค่าที่ใช้ในการทดสอบ ก็สามารถลุกไหม้ได้ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีการเติมสารหน่วงไฟหรือไม่ จำเป็นต้องส่งตัวอย่างเข้าห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบ ความเสี่ยงด้านอัคคีภัยในสภาพอากาศไทย นางสาวบุษกรเน้นย้ำว่า เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อน การนำโฟมมาฉีดพ่นเป็นฉนวนอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านอัคคีภัย ก่อนเลือกใช้งานต้องพิจารณาคุณสมบัติของวัสดุที่ไม่ลามไฟหรือจุดติดไฟได้ยาก รวมถึงต้องพิจารณาระบบไฟฟ้าร่วมด้วย […]

สั่งย้ายแล้ว ตำรวจในคลิป จับปรับมหาโหดในที่ลับ แจกบิลโชห่วย

“`html สภ.เมืองพัทยา ดำเนินการสั่งย้ายตำรวจ พิจารณากรณีเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวชาวคูเวต สภ.เมืองพัทยาได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วโดยสั่งย้ายตำรวจที่ปรากฏในคลิปวิดีโอซึ่งถูกกล่าวหาว่าเรียกเก็บเงินผิดวิธีจากนักท่องเที่ยว หลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุจากกลุ่มนักท่องเที่ยววัยรุ่นชาวคูเวต รายงานการบ่นทุกข์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวคูเวตอายุระหว่าง 20 ถึง 30 ปี ได้เข้ามารายงานเหตุว่าได้รับการเรียกตรวจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบหลายครั้งในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยมีการเรียกเก็บเงินปรับกรณีฝ่าฝืนกฎหมายจราจรในลักษณะที่น่าสงสัย นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้นำหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่บันทึกแอบและใบเสร็จรับเงินมายื่นพร้อมกับการร้องเรียน สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบด่วน พ.ต.ท.สิริวัฒน์ คัชมาตย์ รองผกกป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่าหลังจากผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ ผกก.สภ.เมืองพัทยา รับทราบข้อมูลนี้ ได้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที โดยมีพ.ต.ท.สิริวัฒน์เป็นประธานของคณะกรรมการ เพื่อเร่งดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จในเวลาที่เร็วที่สุด มาตรการสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ชั่วคราว เบื้องต้นสภ.เมืองพัทยาได้ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอมาประจำศูนย์บริการของ สภ.เมืองพัทยา เป็นการชั่วคราวในขณะที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีการกระทำผิดหรือไม่ในขั้นตอนนี้ เก็บข้อมูลจากผู้เสียหายเพิ่มเติม สำนักงานสภ.เมืองพัทยาอยู่ระหว่างการติดตามติดต่อนักท่องเที่ยวชาวคูเวตเพื่อให้ปากคำ ระบุสถานที่เกิดเหตุ วิธีการชำระเงิน และรายละเอียดอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการสอบสวนต่อไป ตรวจสอบใบเสร็จรับเงิน เกี่ยวกับใบเสร็จรับเงินที่นักท่องเที่ยวนำมายื่น พ.ต.ท.สิริวัฒน์ สรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้นว่าใบเสร็จดังกล่าวไม่ได้มาจากสภ.เมืองพัทยาอย่างแน่นอน จึงจำเป็นต้องสอบถามเพิ่มเติมว่านักท่องเที่ยวได้รับใบเสร็จนี้มาจากบุคคลใด เพื่อนำไปประกอบการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อเนื่อง สัญญาว่าจะลงโทษอย่างเด็ดขาดหากมีการกระทำผิด พ.ต.ท.สิริวัฒน์ ยืนยันว่าหากผลการตรวจสอบสรุปได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการกระทำผิดจริง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้กำชับให้ดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการหลีกเลี่ยง ปั้นท่าเชิญชวนผู้เสียหายให้เข้ามาให้ข้อมูล ความรวดเร็วของการดำเนินการตรวจสอบจะขึ้นอยู่กับว่านักท่องเที่ยวเสียหายเดินทางมาให้ปากคำเร็วเพียงใด หากผู้เสียหายเข้ามายื่นถ้อยคำทำการสอบสวนแล้ว เจ้าหน้าที่พร้อมดำเนินการตรวจสอบโดยทันทีทันใด […]

เอลนีโญ ทำฝนผันผวน ‘สุชาติ’ สั่งกรมทรัพยากรน้ำ เตรียมพร้อมลุยช่วยประชาชน

“`html รัฐมนตรีว่าการสั่งกรมทรัพยากรน้ำเข้มงวด รับมือภัยน้ำจากปรากฏการณ์เอลนีโญ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกคำสั่งให้กรมทรัพยากรน้ำเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามและรับมือผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งทำให้สภาพฝนในประเทศเกิดความผันผวนอย่างมาก บางพื้นที่ประสบภาวะน้ำแล้งขณะที่บริเวณอื่นเผชิญฝนตกหนักและน้ำหลากฉับพลัน นายสุชาติ ระบุว่าการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากความผันผวนของสภาพน้ำ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอและลดผลกระทบต่อการเกษตร กระทรวงระดมสรรพกำลังเพื่อช่วยเหลือประชาชน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ระดมสรรพกำลังทั้งเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากรลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วและทันท่วงที พร้อมทำงานร่วมกับเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือทั้งภาวะน้ำแล้งและน้ำท่วม กรมทรัพยากรน้ำจัดเตรียมแผนรับมือเหตุการณ์ภัยน้ำ นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่าหน่วยงานได้ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการจัดการภาวะน้ำแล้งและน้ำท่วมสำหรับปีการศึกษา 2568-2569 อย่างเข้มข้น เพื่อให้สามารถรับมือผลกระทบจากเอลนีโญได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอธิบดีกล่าวว่ากำลังหลักของหน่วยงานนั้นหากพูดถึงขนาดของพื้นที่เสี่ยง จะมีพื้นที่เสี่ยงต่อภัยแล้งมากกว่า 50 ล้านไร่ และพื้นที่เสี่ยงต่ออุทกภัยราว 20.85 ล้านไร่ ต้องเตรียมเครื่องสูบน้ำจำนวน 399 เครื่องและเครื่องจักรกลหลายร้อยเครื่องเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ ระบบเตือนภัยและสถานีบริการครอบคลุมทั่วประเทศ กรมทรัพยากรน้ำได้จัดเตรียมระบบการติดตามสถานการณ์อย่างทั่วถึง ประกอบด้วยสถานีเตือนภัยน้ำหลากและดินถล่มจำนวน 2,275 สถานี นอกจากนี้ยังมีสถานีโทรมาตร สถานีอุทกวิทยา และกล้องวงจรปิดจำนวนกว่า 1,000 สถานี เพื่อติดตามและเก็บข้อมูลสถานการณ์น้ำแบบต่อเนื่อง นอกจากระบบเตือนภัย ยังมีการจัดสถานีตรวจวัดแหล่งน้ำขนาดเล็ก 293 แห่ง ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า […]

ชัยชนะ จี้สอบผู้บริหารอบจ.เมืองคอน ถูกพาดพิงเอี่ยวฮั้วสว. จับตาส่อล็อกสเปกไฟถนน

“`html สส.ชัยชนะ เดชเดโช เรียกร้องสอบผู้บริหารอบจ.นครศรีธรรมราช ข้อหาเกี่ยวข้องการฮั้วสว. เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้ ได้เปิดเผยข้อมูลจากการจัดงานเสวนาครบรอบ 2 ปีการเลือกสว. ซึ่งมีพยานที่พูดถึงการเกี่ยวข้องของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช กับการฮั้วสว.หรือสมาชิกวุฒิสภา ร้องขอให้ตรวจสอบเรื่องการฮั้วสว. นายชัยชนะ ได้กล่าวว่า หากพยานและหลักฐานมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว ตนจึงฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบอย่างเคร่งครัด โดยสังเกตว่าอบจ.นครศรีธรรมราช กำลังเตรียมจ่ายขาดเงินสะสมเพื่อใช้ในโครงการไฟนวัตกรรมที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการล็อกสเปก โครงการโคมไฟถนน LED ที่ถูกสงสัย สส.ชัยชนะ ชี้ให้เห็นว่า ไฟเดิมซึ่งเป็นไฟทางหลวงแผ่นดินมีราคาที่ถูกกว่า และมีคุณสมบัติที่ดีไม่แพ้ไฟโซล่าเซลล์นวัตกรรมแล้ว แต่ไม่ชัดเจนว่านายกอบจ. รองนายกอบจ. หรือใครในคณะผู้บริหารที่ได้ส่งแคตตาล็อกไปให้ นายชัยชนะ ระบุว่า หากโครงการเหล่านี้ออกมาจริง ตนจะเรียกร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือป.ป.ช. เข้าไปตรวจสอบที่อบจ.นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะเรื่องการประมูลและใช้โคมไฟถนน LED รหัสลงท้ายด้วย 046 ซึ่งถูกสงสัยว่าเป็นการล็อกสเปก ความเสียหายต่อประชาชน สส.ชัยชนะ ระบุว่าตนจะติดตามเรื่องเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากประชาชนได้รับความเสียหายจากการเสียภาษีในการสนับสนุนโครงการที่อาจเสิ้นเปลืองงบประมาณ “`

เปรมศักดิ์ แฉโครงการอาสาพยาบาล ส่อใช้เงินหลวงปั้นหัวคะแนน เกมยึดฐานเสียง

ประเมินเสี่ยง: โครงการอาสาพยาบาลชุมชนอาจกลายเป็นเครื่องมือการเมือง สมาชิกวุฒิสภาคนหนึ่งได้ออกมาแสดงความกังวลต่อโครงการอาสาพยาบาลชุมชนของรัฐบาล โดยชี้ว่าแม้จะนำเสนออย่างเป็นการพัฒนาระบบสุขภาพเชิงรุก แต่กลับมีสัญญาณของการใช้เงินงบประมาณแห่งชาติในการสร้างพื้นฐานทางการเมือง โครงการและขอบเขตการดำเนินการ โครงการดังกล่าวถูกบรรจุเป็นนโยบายรัฐบาลพร้อมงบประมาณประจำปี 2570 โดยวางแผนให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลัก ระยะแรกจะเลือกคัดสรรบุคลากรตำบลละ 1 คน และมีแผนขยายไปถึงหมู่บ้านทั่วประเทศต่อไป ผู้สมัครแบ่งเป็นสามหมวดหมู่ตามพื้นฐานการศึกษา คือ ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทั่วไปต้องผ่านการอบรม 240 ชั่วโมง ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสุขภาพต้องอบรม 120 ชั่วโมง และพยาบาลวิชาชีพหรือผู้ประกอบวิชาชีพสาขาสุขภาพจำเป็นต้องอบรมเพียง 30 ชั่วโมง ความกังวลที่มีต่อการคัดเลือก จุดสำคัญที่ทำให้เกิดข้อสงสัยคือวิธีการคัดเลือกที่ใช้การสัมภาษณ์เพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันมีหลายพื้นที่มีการฝากตัวผ่านทางนักการเมืองและสมาชิกสภาสูงสุด เนื่องจากแต่ละตำบลมีจำนวนที่จำกัด การใช้ดุลยพินิจในการคัดเลือกอาจเปิดช่องให้เกิดระบบการฝากตัว ส่งผลให้เป็นการสร้างหัวคะแนนระยะยาวและการวางฐานทางการเมือง เสี่ยงต่อการสร้างเครือข่ายการเมือง การขยายผลจากตำบลไปถึงหมู่บ้านในอนาคตอาจมีความหมายที่ลึกกว่านั้น โครงการนี้อาจกลายเป็นแผนระยะยาวในการสร้างคนแกนนำทั่วประเทศด้วยเงินงบประมาณของรัฐ ซึ่งจะสร้างเครือข่ายทางการเมืองขนาดใหญ่ที่สามารถใช้ในการขยายอำนาจในการเลือกตั้งในอนาคต ปัญหาด้านความซ้ำซ้อน นอกเหนือจากข้อกังวลทางการเมือง ยังมีประเด็นว่าประเทศไทยมีโครงสร้างบุคลากรสุขภาพชุมชนอยู่แล้ว เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง หากจำเป็นต้องเพิ่มเติมสิ่งใด บริษัทควรใช้งบประมาณเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างเดิมหรือแก้ไขปัญหาโรงพยาบาลที่กำลังประสบปัญหาการขาดทุน แทนที่จะสร้างหน่วยงานซ้ำซ้อน นอกจากนี้ยังอาจเกิดความสับสนและข้อขัดแย้งในการบริหารงานระหว่างอาสาพยาบาลชุมชนและสถานีสุขภาพตำบลที่อยู่ภายใต้องค์กรปกครองท้องถิ่น การเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพได้เรียกร้องให้สภาสูงสุดและกรรมาธิการงบประมาณของฝ่ายค้านดำเนินการตรวจสอบโครงการนี้อย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องนี้ผ่านไปอย่างเงียบๆ ขณะที่สังคมกำลังมีสายตาจับตามองเรื่องต่างๆ เหตุผลในการตรวจสอบ คือ หากปล่อยผ่านไปได้ง่าย วันหนึ่งโครงการนี้อาจพัฒนาไปเป็นเครือข่ายการเมืองขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ซึ่งมีผลต่อสมดุลทางการเมืองและความสุจริตในการบริหารการเมืองของประเทศในระยะยาว

‘น้ำตาล’ หยอดคำหวานวันเกิด ‘ฟิล์ม’ “พี่รักน้อง” ชื่นชมโตขึ้นมาก มีของขวัญพิเศษรอเซอร์ไพรส์!

น้ำตาลส่งความรักให้ฟิล์ม ในวันเกิดครบรอบ 26 ปี ในงานเปิดตัวโครงการ “ขนส่งไอดอล Club D” ที่อาคาร GPS กรมการขนส่งทางบก นักแสดงสาว น้ำตาล ทิพนารี ได้ออกมาแบ่งปันความรู้สึกพิเศษเนื่องในวันเกิดย้อนหลังของ ฟิล์ม รชานันท์ ซึ่งเพิ่งครบรอบ 26 ปี น้ำตาลแสดงออกว่าหลงรักในความเติบโตของฟิล์มตลอดปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากการแสดง Brush Blossom ที่ทำให้เธอเห็นความตั้งมั่นและแรงใจของคู่จิ้นแม้ว่าร่างกายอาจไม่ได้อยู่ในสภาพที่ 100 เปอร์เซ็นต์ คำรักหวานชื่นใจ “พี่รักน้อง” เมื่อถูกถามถึงการแสดงความรัก น้ำตาลไม่ได้พูดมากแต่ส่งคำสารภาพที่อบอวลไปด้วยอรรถรสชาติหวาน “พี่รักน้อง” โดยเธอเน้นว่าความรักนั้นแสดงออกมาผ่านการกระทำในแต่ละวันมากกว่าคำพูด นอกจากนั้น น้ำตาลยังแอบสปอยล์ถึงของขวัญพิเศษที่เธอเตรียมไว้ให้คู่จิ้นแล้ว โดยเธอเลือกสิ่งของที่มีประโยชน์และอยากให้ฟิล์มใช้งานติดตัวไปทั่วไป เมื่อถูกถามรายละเอียด เธอเผยว่าเป็นของใช้ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่น อุปกรณ์ออกกำลังกาย วิตามิน และอื่น ๆ ที่ช่วยบำรุงร่างกายของฟิล์ม พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวเองในวัย 30 น้ำตาลยังได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวเองที่ก้าวเข้าวัย 30 ปี โดยเธอบ่าวบอกว่าบางสิ่งบางอย่างอาจยังเหมือนเดิม แต่ความคิดของเธอก็เปลี่ยนไป เธอกล่าวว่าการโตขึ้นตัวจริงคือการให้ความสำคัญกับการแสดงออกผ่านการกระทำมากกว่าการพูดคุย เธอเปิดเผยว่าเมื่อก่อน เธอเป็นคนที่ชอบพูดมาก ออกไลฟ์บ่อย […]