“`html ชายวัย 36 ปี ตกจากคอนโดมิเนียมเสียชีวิต ในเขตสวนหลวง เหตุวายนะร้ายเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.30 น. เมื่อตำรวจสอบสวนสนามหัวหมากได้รับแจ้งเรื่องชายอายุ 36 ปีตกจากคอนโดมิเนียมดังและเสียชีวิต บริเวณเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร สถานการณ์เมื่อพบร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรุดไปยังสถานที่เกิดเหตุและค้นพบศพของเหตุผู้เสียชีวิตแล้ว จากการสอบถามผู้พบเหตุ ซึ่งเป็นบุคลากรที่ทำความสะอาดบริเวณใกล้เคียงนั้น เล่าว่าได้ยินเสียงดังคล้ายกับมีสิ่งของตกลงมาจากที่สูง เมื่อเดินออกมาไปตรวจสอบ ผู้พบเหตุจึงเห็นชายคนดังกล่าวนอนไม่ตื่นตัวอยู่ในบริเวณใกล้สถานที่ตกลงมา หลังจากนั้นผู้พบเหตุจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำคอนโดมิเนียม ซึ่งเจ้าหน้าที่ดังกล่าวจึงเร่งติดต่อหน่วยตำรวจและสถานีรถพยาบาลเพื่อเข้ามาดำเนินการ สาเหตุเบื้องต้นและข้อมูลผู้เสียชีวิต พ.ต.ต.สหรัตน์ หลวงสิริธนสิน สวนักษณ์สอบสวนจากสนามหัวหมาก ได้ทำการสอบถามแม่ของผู้เสียชีวิต ผู้เสียชีวิตมีประวัติป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานกับแพทย์นิติเวชและตำรวจ สภ.พญ. เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพและหาสาเหตุของการเสียชีวิตต่อไป ตำรวจขณะนี้กำลังเร่งรวบรวมข้อมูลและสืบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในกรณีเหตุการณ์ดังกล่าว “`
Author Archives: ADMIN
ตำรวจจับตัวหนุ่มหลอกลวงผู้แสวงบุญ 150 คน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เข้าจับกุมนายหมัดฮาซือรัน มามุ อายุ 49 ปี ผู้ต้องสงสัยในคดีหลอกลวงกลุ่มผู้เสียหาย 150 คนที่ถูกมัดจำเงินรวมเกือบ 4 ล้านบาท เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ประตู 8 ชั้น 4 ผู้โดยสารขาออก รายละเอียดเหตุการณ์การหลอกลวง กลุ่มผู้เสียหายมาจากจังหวัดนราธิวาส ได้จองโปรแกรมท่องเที่ยวและแสวงบุญในประเทศซาอุดีอาระเบีย ผ่านบริษัทของนายหมัดฮาซือรัน โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมทั้งหมด 150 คน แต่ละคนต้องจ่ายเงินจำนวน 25,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,750,000 บาท นายหมัดฮาซือรัน มามุ เป็นผู้นัดหมายจัดอบรม และเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดเตรียมโปรแกรมต่างๆ สำหรับการเดินทางระหว่างวันที่ 3 ถึง 13 กรกฎาคม 2569 รวมเป็นระยะเวลา 11 วัน 10 คืน ปลายทางจะเป็นสถานที่แสวงบุญในประเทศซาอุดีอาระเบีย การค้นพบการหลอกลวงที่สนามบินสุวรรณภูมิ […]
“`html สามีภรรยาส่งเฮโรอีนถูกศาลสั่งคุกทันที ไม่อนุญาตประกันตัว เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้นำตัวนายอาทิตย์และนางทัดสะพอน ซึ่งเป็นสามีภรรยาคู่หนึ่ง เข้ายื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลอาญาแห่งศาลยุติธรรมในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 โดยหากความผิดในการรับจ้างขนส่งสารเสพติดประเภทเฮโรอีนที่ซุกซ่อนอยู่ในพัสดุ ข้อกล่าวหากับผู้ต้องหา ทั้งสองคนถูกแจ้งข้อหากรรมการร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่หนึ่ง ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด โดยมีเจตนาจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นการกระทำในลักษณะการค้า ในคำให้การที่ศาลสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งคู่ยอมรับสารภาพในส่วนของการกระทำที่เจ้าหน้าที่อ้างว่าตนทำนั้น อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนปฏิเสธว่าไม่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการค้ายาเสพติดที่มีขนาดใหญ่ และปฏิเสธการเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งเฮโรอีนในคดีอื่นที่เชื่อมโยงไปถึงคณะบินการบิน เหตุผลการไม่ประกันตัว พนักงานสอบสวนได้เสนอสาเหตุหลายประการต่อศาล เพื่อขอไม่อนุญาตให้ผู้ต้องหาประกันตัว โดยเนื่องจากการสอบสวนยังอยู่ในขั้นต้นและต้องสอบสวนพยานประมาณสามสิบคน นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่ผู้ต้องหาอาจหลบหนีจากการดำเนินการทางกฎหมาย หรือไปรบกวนพยานและหลักฐานที่สำคัญในการสอบสวนต่อไป ศาลอาญาอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาไว้ทั้งสิ้นสิบสองวัน ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคมจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีเวลาในการสอบสวนเพิ่มเติม ส่งเข้าเรือนจำอย่างถาวร ภายหลังจากที่ศาลสั่งฝากขัง ทั้งนายอาทิตย์และนางทัดสะพอนไม่ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวพร้อมหลักประกันแต่อย่างใด ทำให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์สั่งให้นำตัวทั้งคู่เข้าคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และทัณฑสถานหญิงกลาง ตามลำดับเพื่อรอการสอบสวนและการตัดสินของศาลต่อไป “`
“`html ตำรวจลุยค้นร้านแต่งจักรยานยนต์อีสานล่าง ยึดท่อซิ่งนับร้อยชิ้นและรถยนต์ต้องสงสัย เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ.ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ ทองอุทัย และ พ.ต.ต.พรหมธาดา ฮามคำไพ นำกำลังเข้าปฏิบัติการตรวจค้นร้านแต่งและดัดแปลงรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จำนวน 6 แห่ง เนื่องจากเป็นพื้นที่มีความเสี่ยงสูงต่อการจัดกิจกรรมที่อาจนำไปสู่การแข่งรถจักรยานยนต์ในทางสาธารณะ ยึดอุปกรณ์ซิ่งมูลค่ากว่าล้านบาท จากการตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบและยึดท่อไอเสียรถจักรยานยนต์จำนวน 303 ชิ้น พร้อมชิ้นส่วนประกอบท่อไอเสียและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐานต่างๆ นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์และเครื่องมือช่างที่ใช้ในการผลิตและดัดแปลงรถจักรยานยนต์หลายร้อยรายการ โดยรวมมูลค่าของกลางอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท พบรถสวมทะเบียนและรถแจ้งหาย ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ที่ต้องสงสัยว่าถูกนำมาปรับแต่งสภาพโดยไม่มีเอกสารการครอบครองที่ถูกต้อง เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่ามีรถจักรยานยนต์สวมแผ่นป้ายทะเบียนจำนวน 3 คัน และรถจักรยานยนต์ที่มีผู้เสียหายแจ้งความสูญหายไว้จำนวน 1 คัน เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ข้อหาและโทษที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการที่ลักลอบผลิตและจำหน่ายท่อไอเสียรถจักรยานยนต์แต่งซิ่งจะถูกแจ้งข้อหา ทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังเข้าข่ายความผิด โฆษณาเพื่อจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 36 […]
เหตุรุนแรง ผัวคลั่งจับได้เมียมีชู้ ยิงฆ่าเสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 1 คน ต่อหน้าแม่ยาย เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม เวลา 14.00 น. สำนักงานตำรวจสถานีมีนบุรี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ที่บ้านพักแบบทาวน์เฮาส์ในย่านบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์นิติเวช และสถาบันเกี่ยวข้องเข้าทำการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ สภาพการณ์เกิดเหตุ พื้นที่เกิดเหตุตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของอาคารพักอาศัย โดยเฉพาะบริเวณห้องโถงและห้องนอน ตำรวจได้พบศพสองศพ ได้แก่ นายเอ อายุ 35 ปี ซึ่งมีบาดแผลจากการยิงที่บริเวณขมับขวา 1 นัด และนางสาวบี อายุ 36 ปี ที่มีบาดแผลเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังพบ นายโชติ อายุ 30 ปี ที่ถูกยิงที่บริเวณลำตัวด้านหลัง 2 นัด จึงอยู่ในสภาวะสาหัส ได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาต่อไป ณ สถานที่เกิดเหตุ ตำรวจได้ค้นพบปืนสั้นแบบแม็กกาซีน ขนาด .380 […]
รปภ.วัย 45 ปี ถูกจับหลังดักแทงเพื่อนร่วมงาน ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้า ตำรวจสถานีปทุมวัน ได้รวบกุมนายเพียร อายุ 45 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัย หลังการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าเป็นผู้ก่อเหตุใช้มีดแทงเพื่อนร่วมอาชีพ โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องความรักระหว่างพนักงานรักษาความปลอดภัยสองคน เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าปทุมวัน ตามรายงานเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม เวลา 16.40 น. สำนักงานตำรวจเขตปทุมวัน ได้รับแจ้งเหตุว่ามีชายถูกแทงด้วยมีดบริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า เจ้าหน้าที่จึงเร่งจัดส่งหน่วยกู้ชีพและทีมสอบสวนเข้าไปตรวจสอบ ทีมเจ้าหน้าที่พบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายวัย 36 ปี ซึ่งทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเช่นกัน มีบาดแผลตรงบริเวณหน้าท้องด้านซ้าย เจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากนั้นส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเพชรเวชเพื่อรับการรักษาต่อ ตำรวจเร่งติดตามและจับกุมผู้ต้องหา หลังจากกลับไปตรวจสอบบันทึกจากกล้องวงจรปิดและสอบถามพยานสารพัด ทีมสอบสวนสามารถระบุตัวตนของผู้ก่อเหตุว่าเป็นชายวัยประมาณ 40-45 ปี แต่งกายคล้ายพนักงานรักษาความปลอดภัย ออกจากห้างสรรพสินค้าหลังจากสิ้นสุดการโจมตี ต่อมา เวลาประมาณ 18.30 น. วันเดียวกัน ตำรวจได้สำเร็จในการจับกุมนายเพียรที่บริเวณจุดสูบบุหรี่ด้านข้างอาคารห้างสรรพสินค้าเดียวกัน พร้อมตรวจยึดอาวุธมีดความยาวประมาณ 19 เซนติเมตร สีดำ ที่ผู้ต้องหาซ่อนไว้หลังเกิดเหตุ สาเหตุแค้นเรื่องแย่งจีบหญิงสาว ในการสอบสวนเบื้องต้น นายเพียรยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้มีดก่อเหตุโดยตั้งใจ โดยให้เหตุผลว่าเกิดจากการขัดแย้งกับผู้ได้รับบาดเจ็บเรื่องหญิงสาว เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นไปจีบหญิงที่ตนเองชื่นชอบและหวังจะสร้างความสัมพันธ์กับ ทำให้เกิดความหึงหวง จึงลงมือโจมตีด้วยการใช้มีด […]
“`html วัยรุ่นบุกทำลายห้องพัก ผู้สูงอายุตกใจจนเป็นลม คดีติดตัวนานกว่า 2 เดือนยังไม่คืบหน้า เพจสายไหมต้องรอด ออกมาเปิดเรื่องราวการโจมตีของกลุ่มวัยรุ่นที่เกิดขึ้นต่อผู้สูงอายุวัย 65 ปี ในโครงการเคหะเอื้ออาทร เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. เหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้เสียหายและครอบครัวอย่างยิ่ง จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการแจ้งความคืบหน้าจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เหตุการณ์ดังเกิดขึ้นอย่างไร ตามรายงาน วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเข้าบุกไปยังห้องพักชั้นบนในโครงการเดียวกันนี้เพื่อสร้างความวุ่นวาย หลังจากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ลงมาถึงห้องพักของแม่ชี และใช้อาวุธมีดดาบวิ่นเข้าฟันประตูห้องพักอย่างรุนแรงและโหดร้าย จนประตูได้รับความเสียหายอย่างมหาศาล การกระทำที่เต็มไปด้วยความรุนแรงดังกล่าวสร้างความหวาดระแวงและตื่นตระหนกให้กับแม่ชีเป็นอย่างมาก ผู้เสียหายตกใจจนเป็นลมหมดสติในที่เกิดเหตุ ขณะที่หลานสาววัย 18 ปี ต้องแบกรับความตกใจเช่นกัน ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวหนีไปในเวลาใด การดำเนินการของตำรวจจนถึงปัจจุบัน หลังจากเกิดเหตุในวันเดียวกัน ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความให้สถานีตำรวจนครบาลบางเขนทำการสอบสวนทันที อย่างไรก็ตาม นับจากนั้นมาก็ไม่มีการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ แม้ว่าจะมีหลักฐานสำคัญอยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นพยานบุคคล พยานแวดล้อม และคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์และพฤติกรรมของคนร้ายเอาไว้ได้อย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจงแก่ผู้เสียหายว่าในขณะนี้พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอต่อการดำเนินคดี แม้ว่าจะเป็นคำตอบที่ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกผิดหวังอย่างมาก ข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เสียหาย ผู้เสียหายให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เธอทราบชื่อหนึ่งในผู้ก่อเหตุคือ นายต่อ ซึ่งเป็นบุคคลที่เคยรู้จักกับลูกชายของเธอ และมักเดินทางมารับประทานอาหารที่ห้องพักชั้นบนเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม เธอไม่ทราบแน่ชัดว่านายต่อมีปัญหาความขัดแย้งส่วนตัวอะไรกับลูกชายของเธอที่ทำให้จำเป็นต้องกระทำเช่นนี้ ผลกระทบต่อผู้เสียหายและครอบครัว ผู้เสียหายและครอบครัวต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดระแวงและความไม่ปลอดภัยในแต่ละวันนับมาแล้วกว่า 2 […]
ไดรเวอร์แอปพลิเคชันสูญเสียสายตาหลังถูกแก๊งพม่ารุมทำร้าย เพียงเรื่องค่าโดยสาร 50 บาท นายศุภชัย อายุ 61 ปี ไดรเวอร์ที่ขับรถยนต์ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันรับส่งผู้โดยสาร ได้ยื่นเรียนขอความเป็นธรรมต่อสายไหมต้องรอด หลังจากถูกทำร้ายจากกลุ่มผู้โดยสารชาวเมียนมาจำนวน 5 คน จนส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร เหตุการณ์เกิดจากข้อขัดแย้งค่าโดยสาร เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา เมื่อนายศุภชัยไปรับผู้โดยสารชาวเมียนมา 5 คน จากสถานีขนส่งหมอชิต โดยมีการตกลงกันในตอนแรกว่าจะใช้เส้นทางด่วนซึ่งมีค่าบริการเพิ่มเติม 50 บาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางถึงจุดหมายที่เป็นโรงแรมแห่งหนึ่งในสมุทรปราการ ผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าวปฏิเสธการจ่ายเงินค่าโดยสาร 770 บาท โดยอ้างว่าในแอปพลิเคชันระบุราคาเพียง 720 บาทเท่านั้น แม้ว่านายศุภชัยได้พยายามอธิบายว่าค่าบริการเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นค่าทางด่วน แต่กลับนำไปสู่การที่ผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าวรุมต่อยจนเขาหมดสติคาที่ นอกจากนี้ เขายังไม่ได้รับเงินค่าโดยสารแม้แต่บาทเดียว ผลกระทบต่อชีวิตของผู้ขับรถ เมื่อนายศุภชัยฟื้นตัวที่โรงพยาบาล ได้ได้รับการติดต่อจากตำรวจที่บอกว่าได้ตรวจสอบยังที่พักของผู้ก่อเหตุและเก็บข้อมูลหนังสือเดินทางแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาขอให้สืบสวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับแสดงท่าทีที่ไม่พอใจ บาดแผลจากเหตุการณ์นี้มีความร้ายแรงอย่างมาก ทำให้นายศุภชัยสูญเสียการมองเห็นด้วยตาขวาอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้เขายังประสบกับอาการปวดศีรษะ เลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง และน้ำตาไหลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เขาไม่สามารถประกอบอาชีพขับรถได้อีกต่อไป ความเห็นจากตัวแทนสายไหมต้องรอด นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ตัวแทนสายไหมต้องรอด ได้กล่าวว่าอาการของนายศุภชัยนั้นรุนแรงมาก […]
ตำรวจจับ “โอปป้า” คาคอนโดหรูกรุงเทพ หนีหมายแดงอินเตอร์โพล ซุกไอซ์ในกางเกงบินเข้าเกาหลี ตำรวจตรวจคนหาพบและจับกุมตัวนายคิม ชายสัญชาติเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาตามหมายแดงขององค์การตำรวจสากล (INTERPOL Red Notice) ข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดประเภทแรก เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยบุคคลผู้ต้องหารายนี้ได้ซ่อนตัวอยู่ที่คอนโดมิเนียมหรูย่านเสรีไทย เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร การจัดหายาเสพติดข้ามชาติ นายคิมพร้อมสมาชิกแก๊งของเขา เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อทำการจัดหายาเสพติด โดยใช้วิธีซ่อนเมทแอมเฟตามีน หรือที่เรียกว่า “ไอซ์” ไว้ในกางเกงชั้นในโดยการห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกและกล่องกระดาษ เพื่อพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ จากนั้นเพื่อนร่วมขบวนการของนายคิมได้ลักลอบนำยาเสพติดจำนวนประมาณ 1.31 กิโลกรัม บินกลับไปยังเกาหลีใต้ แต่ถูกเจ้าหน้าที่สนามบินจับกุมและดำเนินคดี ซึ่งสิ่งนี้ได้ทำให้นายคิมตระหนักถึงความเสี่ยง การหนีและซ่อนตัว เมื่อรู้ตัวว่าเขาถูกออกหมายจับที่เกาหลีใต้ นายคิมจึงได้เลือกที่จะหนีกลับเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย ทางการเกาหลีใต้ได้ประสานขอออกหมายแดงติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้ไปทั่วโลกเพื่อให้การจับกุมเป็นไปได้ทั่วประเทศต่างๆ การตรวจสอบและจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจสตม. ได้ทำการสืบสวนอย่างลึกซึ้ง จนสามารถติดตามทำให้พบเบาะแสว่านายคิมกบดานอยู่ที่คอนโดมิเนียมหรูย่านเสรีไทย เขตบึงกุ่ม จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด เมื่อนายคิมออกมาปรากฏตัว เจ้าหน้าที่ได้ขอให้แสดงหนังสือเดินทาง พบว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่อยู่ในหมายแดงจริง นอกจากนี้ยังพบว่าการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ข้อหาและดำเนินการต่อไป เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ต่อนายคิม […]
ตำรวจจับกุมสองผู้ต้องหาลักลอบขนเคตามีนกว่า 37 กิโลกรัม หน่วยงานตำรวจสเบียงชาติ (ดส.) ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาสองคนในวันที่ 5 กรกฎาคม เวลา 05.00 น. ที่บริเวณลานจอดรถชุมชนบางปิ้ง ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรปราการ ผู้ถูกจับกุมได้แก่ นายวิทวัส อายุ 37 ปี และนายพัณณ์กร อายุ 33 ปี พร้อมด้วยของกลางสารเสพติดในปริมาณใหญ่ เคตามีนทั้งสิ้น 37 กิโลกรัม รถยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง การบ้านเบิกตัวและแผนทำการ การจับกุมครั้งนี้เกิดจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้รับข้อมูลจากสายลับเกี่ยวกับเครือข่ายการค้ายาเสพติดที่กำลังดำเนินการลักลอบขนยาในพื้นที่กรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะรับยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่ที่นนทบุรี แล้วนำมาเก็บรักษาและจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไปในต่างพื้นที่ ตำรวจจึงวางแผนเข้าทำการจับกุมและดำเนินการตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัยที่อยู่ในจุดเฝ้าระวัง การสารภาพและสาเหตุการทำความผิด หลังจากการสอบสวน นายวิทวัสฯ สารภาพว่าตนเองขับรถยนต์ไปรับยาเสพติดที่นนทบุรี เพื่อนำไปส่งต่อให้กับผู้ค้ายาในเครือข่ายของตน ส่วนนายพัณณ์กร ให้การรับสารภาพว่าตนเองทำหน้าที่เป็นคนขับรถนำสำรวจเส้นทางสำหรับการขนส่ง โดยจะได้รับค่าจ้างเพียง 2,000 บาทต่อครั้ง เงินนี้ตั้งใจจะนำไปใช้หาเลี้ยงครอบครัว อย่างไรก็ตามแผนการดังกล่าวถูกขัดขวางเมื่อตำรวจสามารถจับกุมได้ ข้อหาทางกฎหมายและการดำเนินการต่อไป เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาเบื้องต้นว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนมีความผิดในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 […]
