DSI จับกุมชาวต่างชาติหนี ผู้ต้องหาคดีนอมินีธุรกิจวิลล่าหรูภูเก็ต เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับตำรวจสำนัก สส.ปป.บก.ตม.2 ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาต่างชาติที่หลบหนีอยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 12.30 น. ผู้ต้องหาและเบาะแสการกระทำผิด ผู้ต้องหาชื่อ นายอาจีด เป็นคนต่างด้าวที่ถูกสั่งจับตามหมายศาลอาญาที่ 2242/2569 ลงวันที่ 21 เมษายน 2569 โดยเบาะแสแสดงว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์นอมินี ใช้ชื่อคนไทยเป็นเครื่องหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ โดยซ่อนเงินของคนต่างด้าวเพื่อประกอบกิจการให้เช่าวิลล่าหรูระดับพรีเมียมในเขตจังหวัดภูเก็ต กฎหมายที่ถูกละเมิด ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดหลายข้อตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา รวมถึง: เป็นคนต่างด้าวร่วมกันประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนมาตรา 8 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ร่วมยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยเป็นผู้สนับสนุนธุรกิจที่ต้องห้ามสำหรับชาวต่างชาติ เป็นกรรมการหุ้นส่วนหรือผู้มีอำนาจกระทำแทนนิติบุคคลที่รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด ลักษณะคดีและผลกระทบต่อประเทศ คดีนี้บันทึกเป็นคดีพิเศษที่ 7/2567 ของกองคดีความมั่นคง เนื่องจากการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความมั่นคงระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยชาวต่างชาติใช้เทคนิคการนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและการควบคุมของเจ้าหน้าที่ได้อย่างมีระบบ มาตรการปฏิบัติการต่อไป เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและส่งมอบตัวผู้ต้องหาให้กับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยกำหนดว่าในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 จะดำเนินการนำตัวส่งไปยังพนักงานอัยการสำหรับดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป การบังคับใช้กฎหมายในคดีนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ […]
Author Archives: ADMIN
ป.ป.ส. เตรียมหมายจับผู้บงการเฮโรอีนล็อตแอร์สาว 2 ชายชาวลาว สำนักงานปลอดปืนประเทศไทย เผยความก้าวหน้าในการสืบสวนคดีลักลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติ โดยเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานเพื่อขอศาลอาญาออกหมายจับตัวผู้ต้องหา 2 ราย ซึ่งเป็นชายชาวลาววัยกลางคน อายุประมาณ 40 ถึง 50 ปี อาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยทั้งสองคนถือเป็นตัวการหลักในขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เปิดเผยการดำเนินการสืบสวน น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการสำนักงานปลอดปืนประเทศไทย และโฆษกของหน่วยงาน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและขยายผลอย่างต่อเนื่อง จนสามารถนำเสนอพยานหลักฐานต่อศาลอาญารัชดาภิเษก เพื่อพิจารณาขออนุมัติหมายจับบุคคล การสืบสวนเชิงลึกพบว่า ชายชาวลาว 2 รายนี้เป็นเจ้าของยาเสพติดระดับพื้นที่ที่มีการโอนเงินจ่ายให้เครือข่ายสมาชิก และสั่งการให้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยผ่านริมแม่น้ำโขง ก่อนที่จะมีคนไทยรับเอายาเสพติดไปกระจายและเตรียมนำส่งเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ วิธีการขนส่งและการจัดจำหน่าย ยาเสพติดได้ถูกส่งไปยังปลายทางด้วยหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการจัดส่งผ่านกล่องพัสดุไปยังต่างประเทศ หรือใช้วิธีการอื่น ๆ ตามรายชื่อผู้รับที่เตรียมไว้ล่วงหน้า โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำในกลุ่มอย่างชาญฉลาด เพื่อหลีกเลี่ยงการโปรยปรายของข้อมูลต่อผู้บงการอยู่เบื้องหลัง การจับกุมในประเทศลาว หากศาลอาญาอนุมัติหมายจับ สำนักงานปลอดปืนประเทศไทยจะประสานงานกับหน่วยงานของสหประชาชาติแรงงานลาว เพื่อให้ความช่วยเหลือในการจับกุมตัวชายชาวลาว 2 รายนี้ และส่งมอบให้ทางการไทยดำเนินคดี ข้อหาความผิด ผู้ต้องหาจะถูกดำเนินคดีในข้อหาอาทิ การสมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด การสนับสนุนหรือช่วยเหลือ การเป็นตัวการร่วมหรือผู้ใช้ให้กระทำความผิด ในข้อหาจำหน่ายหรือลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. […]
เจ้าหน้าที่ตำรวจค้นจับแก๊งอาชญากรเวียดนาม ผลิตกัญชาสารสกัดผิดกฎหมายในบางบอน ตำรวจแสดงเข้มแข็งในการปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติด โดยเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หน่วยงานสำนักงานตำรวจนครบาล ได้ดำเนินการค้นจับบริษัทแห่งหนึ่งในย่านบางบอน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตสารสกัดกัญชาอย่างผิดกฎหมาย การตรวจค้นดังกล่าวเกิดจากการได้รับข้อมูลข่าวสารว่าบริษัทมีการลักลอบผลิตสารสกัดจากพืชกัญชา ซึ่งจัดเป็นยาเสพติดที่ต้องหาม ประเภท 5 ตามกฎหมายไทย ทำให้ทีมตำรวจจัดการเข้าตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ผลการตรวจค้นและการจับกุม จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ ตำรวจสามารถจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาชาวเวียดนามจำนวน 7 คน พร้อมยึดเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสารสกัดกัญชา นอกจากนี้ยังตรวจยึดยาเสพติดประเภท 5 จำนวนทั้งสิ้น 30 ถุง ซึ่งมีน้ำหนักรวมประมาณ 15.874 กิโลกรัม ผู้ต้องหาทั้งหมดปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองเป็นเพียงลูกจ้าง ที่รับจ้างมาปลูกพืชกัญชาตามที่ได้รับมอบหมาย อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสอบสวนต่อไปและเสนอข้อหาว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้มีส่วนร่วมในการผลิตยาเสพติดโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โครงสร้างบริษัทสงสัยเป็นนอมินี การสืบสวนเพิ่มเติมจากข้อมูลสำนักงานตรวจสอบวันที่ 1 กรกฎาคม พบว่า โครงสร้างบริษัทมีความผิดปกติ โดยมีบุคคลชาวต่างชาติเป็นผู้ควบคุมการบริหารจัดการ และมีบุคคลสัญชาติไทยเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในสัดส่วน 51 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่บุคคลชาวต่างชาติถือหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าลงนามในเอกสารที่ชาวไทย แต่ภาคปฏิบัติการดำเนินการทั้งหมดนั้นควบคุมโดยชาวต่างชาติ นอกจากนี้ การขอใบอนุญาตต่างๆ จากหน่วยงานของรัฐก็เป็นการจัดการโดยชาวต่างชาติเป็นหลัก […]
สาวสุดโหด 26 ปี หลอกเงินลูกค้า 66 พันบาท โดยสวมรอยอินฟลูเอนเซอร์ดัง เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรตำบลเมืองนครปฐม ร่วมกับหน่วยสืบสวนจากสำนักงานตำรวจจังหวัดนครปฐม ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหา นายสาวกันติศา อายุ 26 ปี ที่บริเวณหน้าโรงงานแห่งหนึ่งในเขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ข้อหาฉ้อโกงผ่านเฟซบุ๊กปลอม ผู้ต้องหาถูกจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐมเลขที่ 249 ประจำปี 2567 ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 โดยมีข้อหาสำคัญคือ การร่วมมิจฉาชีพฉ้อโกงประชาชนและการนำเข้าข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน นอกจากนี้ ยังมีหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ลพบุรี และมหาสารคาม เพิ่มเติมอีก 3 หมายในข้อหาลักษณะเดียวกัน วิธีการหลอกลวงของผู้ต้องหา เบื้องหลังข้อกล่าวหาครั้งนี้ สืบย้อนไปได้ว่า ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 ผู้ต้องหาได้สร้างบัญชีเฟซบุ๊กปลอมโดยอ้างชื่อว่า ดิว ธีรภัทร ซึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของประเทศ ผู้ต้องหาใช้บัญชีปลอมดังกล่าวเพื่อหลอกขายกล่องสุ่มทิพย์ให้กับผู้ซื้อที่หลงเชื่อว่าเป็นบัญชีจริง ผู้เสียหายได้รับการชักชวนให้โอนเงินไปยังบัญชีของผู้ต้องหา ทั้งหมด 7 ครั้ง รวมเป็นจำนวนเงิน 66,567 บาท […]
ศาลสั่งดีเอสไอชี้แจงเรื่องทุจริตค่าล่วงเวลา พนักงานท่าเรือ 32 คน ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฐติมิชอบกลางออกคำสั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นสำคัญ 5 ประเด็น เกี่ยวกับการสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับพนักงานการท่าเรือโดยสารจังหวัรระยอง ที่มีการทุจริตเงินค่าล่วงเวลา และมีผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 32 คน ในการไต่สวนเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายกฤษฎา อินทามระ (ทนายปราบโกง) และนายสมยศ เขียวอิ่ม อดีตพนักงานการท่าเรือฯ เข้าศาลเพื่อฟังคำสั่งในคดีดำที่ อท 79/2569 ประเด็นที่ศาลสั่งให้ดีเอสไอชี้แจง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้มีคำสั่งให้ดีเอสไอชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้ ประเด็นแรก เกี่ยวกับที่มาของการสอบสวนคดีพิเศษที่ 4 ประจำปี 2557 โดยให้ชี้แจงความเป็นมา สาเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงาน ผลการสอบสวน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ประเด็นที่สอง เกี่ยวกับบทบาทของอดีตรองอธิบดี ดีเอสไอ และรองผู้อำนวยการกองฮั้ว ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสอบสวนคดีดังกล่าวอย่างไร และว่าได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะทำงาน หรือมีความรับผิดชอบในการรวบรวมพยานหลักฐาน ประเด็นที่สาม เรื่องการเรียกนายสมยศไปสอบปากคำในวันที่ 5 มิถุนายน 2557 (ปมห้องเย็น ดีเอสไอ) โดยให้ชี้แจงเหตุผลการสอบและผลการสอบสวนที่เกี่ยวข้อง ประเด็นที่สี่ […]
โจล่งปิดคดีหมิ่นประมาท หลังคู่กรณียอมขอโทษ เน้นเป็นตัวอย่างสังคม เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม โจล่งได้เข้าสถานีตำรวจชนะสงคราม พร้อมทนายความตั้ม วีแก่น เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีหมิ่นประมาท ที่ได้ยื่นแจ้งความไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คดีดังกล่าวเกิดจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่โพสต์ข้อความด่าทอและข้อหาร้ายต่อโจล่ง พร้อมใช้ถ้อยคำหยาบคายและมีเนื้อหาพาดพิงเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารอย่างหมิ่นประมาท คู่กรณีย่อมรับผิดและขอโทษ ในการติดตามคดีเมื่อวันนี้ คู่กรณีได้เดินทางมาพบกับพนักงานสอบสวนและแสดงจำนงขอโทษต่อโจล่ง ทนายความตั้ม วีแก่น รวมถึงฝากคำขอโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานราชการที่ถูกพาดพิงในโพสต์ดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายต่อมาจึงทำการไกล่เกลี่ยและยุติข้อพิพาท โจล่งเปิดเผยว่าคดีนี้ใช้เวลาดำเนินการนานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนกรกฎาคมนี้ จึงสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ในวันนี้ นำเสนออีกวินาทีปมที่ว่าด้วยชาติและการสงคราม โจล่งย้ำว่าการตัดสินใจดำเนินคดีครั้งนี้เนื่องจากตนมีความรักชาติและปฏิบัติงานประชาสัมพันธ์ร่วมกับกองทัพบก ดังนั้นจึงรู้สึกว่าการดูหมิ่นผู้บังคับบัญชา กองทัพ และเจ้าหน้าที่ของรัฐถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับคนไทยที่รักชาติ นอกจากนี้ โจล่งเน้นว่าการดำเนินคดีครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้เป็นบทเรียนสำหรับผู้ที่มีแนวคิดหรือการกระทำไม่เหมาะสมต่อชาติบ้านเมือง รวมถึงการดูหมิ่นทหารและตำรวจ ซึ่งโจล่งระบุว่าคู่กรณีได้เดินทางมาขอโทษต่อกองทัพบก ผู้บังคับบัญชา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับ ปกป้องเพลง One More Round และมัตสึยะผลงาน โจล่งเพิ่มเติมถึงเพลง One More Round ที่แต่งและร้องให้กับกองทัพบก เพื่อสร้างกำลังใจให้กำลังพลแนวหน้า ทั้งนี้ โจล่งได้ชี้แจงเกี่ยวกับการที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่าตนพูดมากกว่าร้องเพลง ว่าการพูดก่อนร้องเพลงเป็นเรื่องปกติของศิลปิน เพื่ออธิบายความหมายของบทเพลง โจล่งกล่าวว่าการพูดเหล่านี้เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจสารที่ต้องการสื่อสาร ได้แก่ ความรักชาติและการส่งกำลังใจให้ทหาร […]
ตำรวจบุกจับเครือข่ายค้าบุหรี่ไฟฟ้าในกรุงเทพ ยึดสินค้ากว่า 5 หมื่นชิ้น ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้ากำหนดการตรวจค้นแหล่งจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทางช่องทางออนไลน์จำนวน 2 จุดในเขตบางแค กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม รายละเอียดการตรวจค้นและยึดของกลาง ในการออกปฏิบัติการครั้งนี้ ตำรวจนำหมายค้นศาลภาษีอากรกลางเข้าตรวจค้นจุดแรกที่อยู่ในซอยเพชรเกษม 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม. ซึ่งเป็นสถานที่ใช้เป็นโกดังเก็บสินค้าและจุดแพ็กของส่งลูกค้า พบบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมน้ำยาปรุงแต่งไว้จำนวนมหาศาล กว่า 50,000 ชิ้น ที่อยู่ในขั้นตอนรอส่งไปยังลูกค้า นอกจากนี้ยังควบคุมตัวผู้หญิงสัญชาติลาว อายุ 30 ปี เพื่อสอบสวนการกระทำผิด ในจุดที่สอง ตั้งอยู่ในซอยเดียวกันห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร ตำรวจตรวจพบเงินสดจำนวนมากถึง 4.8 ล้านบาท ซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นเงินหมุนเวียนสำหรับการซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากนี้ยังควบคุมตัวชายอายุ 28 ปี ซึ่งเป็นพนักงานส่งของ และหญิงอายุ 40 ปี เจ้าของอพยพ ขนาดของการลักลอบค้าและมูลค่าสินค้า ตามคำกล่าวของหัวหน้าศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิด ผู้ต้องสงสัยรายนี้ถือว่าเป็นผู้ค้าในระดับหัวจ่ายชั้นในของเขตกรุงเทพมหานคร ตำรวจยึดสินค้าทั้งสิ้นประมาณ 50,000 ชิ้น โดยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท นอกเหนือจากเงินสดที่ยึดได้อีกหลายล้านบาท […]
“`html ศุลกากรจับยาเสพติดนักเดินทางต่างชาติ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ปีที่ผ่านมา กรมศุลกากรตรวจพบเหตุการณ์ลักลอบขนยาเสพติดชั้นหนัก หลังจากที่พนักงานศุลกากรร่วมกับชุดปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน สนใจพฤติกรรมของผู้โดยสารหนึ่งคนที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบขนยาเสพติด สิ่งที่ค้นพบจากการตรวจสัมภาระ ผู้โดยสารรายนี้เดินทางจากกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย แล้วเปลี่ยนเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีแผนเดินทางต่อไปยังกรุงแอดดิสอาบาบา ประเทศเอธิโอเปีย และจบลงที่สนามบินนานาชาติอิวาโต ประเทศมาดากัสการ์ เจ้าหน้าที่ศุลกากรแบ่งกำลังออกเป็นสองชุด เพื่อตรวจสอบสัมภาระในห้องขนถ่ายสัมภาระของผู้เปลี่ยนเครื่องบิน เมื่อภาพเอกซเรย์แสดงสัญญาณแปลกปลอม เจ้าหน้าที่จึงชักชวนให้ผู้โดยสารเปิดสัมภาระเพื่อการตรวจสอบอย่างละเอียดที่บริเวณประตูสูงขึ้นเครื่องบิน ยาเสพติดมูลค่าไม่น้อย ภายในสัมภาระพบถุงกาแฟ ถุงชาเขียว และสินค้าเสริมอาหารหลายชนิด เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบว่าภายในมีถุงพลาสติกซ่อนผงสีขาวเป็นก้อน การทดสอบด้วยสารเคมียืนยันว่าเป็นเฮโรอีน เจ้าหน้าที่ยึดสารเสพติดจำนวน 17.53 กิโลกรัม คิดค่าประมาณ 7 ล้าน 300 หมื่นบาท ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามประมวณกฎหมายอาญา การดำเนินการต่อ กรมศุลกากรได้ขยายผลการสอบสวนเพื่อติดตามเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ อธิบดีกรมศุลกากรกล่าวว่าการจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงและการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน นอกจากนี้ยังยืนยันความตั้งใจในการป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางผ่านการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ และการปกป้องสังคมไทยจากอันตรายของยาเสพติดอย่างเข้มงวด “`
สาวลี้หนีไปดูไบถูกจับที่สนามบินสุวรรณภูมิ เหตุเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตำรวจสภ.ปอศ. ดำเนินการจับกุมนางศศิธร อายุ 40 ปี ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 โดยผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี เลขที่ 1396/2567 ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2567 การจับกุมดำเนินการที่บริเวณห้องโถงผู้โดยสารฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า ชั้น 2 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสั่งการจากพล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. ได้ปฏิบัติการร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองศูนย์กลางและสถานีตำรวจโคกคราม ลี้หนีไปดูไบหลังเข้าข่ายผู้ต้องหา สืบเนื่องจากผู้ต้องหามีคดีปิดบัญชีธนาคารให้กลุ่มคนทำคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชน จึงได้หลบหนีไปพักอาศัยในเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้งแต่ปี 2567 จนกว่าทราบข้อมูลว่ากำลังเดินทางกลับประเทศจึงได้ประสานงานอนুรักษ์ตัวไว้ รับสารภาพถูกหลอกโดยเพื่อนร่วมงาน จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าในปี 2567 เพื่อนร่วมงานที่ร้านนวดเมืองดูไบ ได้ชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ โดยอ้างว่าจะใช้ในการดำเนินงาน และสัญญาให้ค่าตอบแทนรายเดือน 1,000 บาท หลังจากเปิดบัญชีให้แล้วประมาณ 3 เดือน บัญชีดังกล่าวถูกอายัดโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ผู้ต้องหายังไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ ตามที่สัญญาไว้ หลังจากนั้นจึงเดินทางไปทำงานที่เมืองดูไบต่อ ข้อหาและมาตรการทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาต่อผู้ต้องหาหลายประการ ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น […]
ตำรวจจับคู่รักโจรค้นสั่งซื้อสินค้า ชำระเงินปลายทางแล้วหนีไม่ยอมจ่าย เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีหนองจอก ได้ดำเนินการจับกุมนายจิรายุ เรียกชื่อเล่น “เจมส์” อายุ 28 ปี และน.ส.ปรารถนา เรียกชื่อเล่น “นิ่ม” อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นแฟนกันในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ พร้อมยึดของกลางได้แก่ รถยนต์ฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีเทา และสินค้าต่างๆ จำนวนมาก วิธีการกระทำความผิดอันเป็นปัญหาใหญ่ จากการสอบสวน พบว่าคู่รักผู้ต้องหาใช้กลวิธีสุดแสบร้ายในการหลอกลวงพนักงานส่งสินค้า โดยสั่งหลากหลายรายการจากแอปพลิเคชั่นสินค้าออนไลน์ที่กำลังโปรโมชั่น 7.7 พวกเขาระบุตัวเลือก “เก็บเงินปลายทาง” เมื่อไรเดอร์โทรศัพท์แจ้งว่าจะมาส่งสินค้า ผู้ต้องหาจึงให้วางสินค้าไว้หน้าบ้านร้างแล้วยืนยันว่ากำลังจะโอนเงินให้ทันทีหลังจากที่ไรเดอร์เดินทางไป ผู้ต้องหาจึงนำสินค้าเหล่านั้นไปใช้ในชีวิตประจำวัน บางส่วนถูกนำไปขายเพื่อหารายได้ พวกเขารายงานว่าเมื่อไรเดอร์ติดต่อกลับมาขอการชำระเงิน พวกเขาก็ปิดสัญญาณ ทำให้ไรเดอร์บ้านไปตรวจสอบและพบว่าสินค้าหายไปแล้ว สถานการณ์ปัญหาที่หนักแน่น ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่ามีจำนวนมากของสินค้าที่ยึดได้นั้น เป็นของที่ผู้ส่งสินค้ากลุ่มอื่นบ่นยืนยันว่าเป็นสินค้าที่ตนส่งแล้วถูกขโมยไป นี่แสดงให้เห็นว่าคู่รักผู้ต้องหาอาจเคยก่อเหตุกับผู้ส่งสินค้าจำนวนมากราย สืบสวนจึงประสานข้อมูลให้สถานีตำรวจอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อเอารายละเอียดเพิ่มเติม คำเตือนสำคัญสำหรับพนักงานส่งสินค้า ตำรวจสถานีหนองจอกแจ้งเตือนให้พนักงานส่งสินค้า หรือไรเดอร์ ทั้งหลาย เมื่อเผชิญกับการสั่งซื้อแบบเก็บเงินปลายทาง ควรใช้ความระมัดระวังในการติดต่อลูกค้า อย่าเดินทางวางสินค้าในสถานที่ที่ไม่มีผู้รับจริง และหลีกเลี่ยงการวางสินค้าหลังจากไรเดอร์เดินทางไปแล้วโดยไม่ได้รับเงินอย่างแน่นอน แม้ว่าการกลับมาส่งสินค้าอีกครั้งอาจสร้างความลำบากให้พนักงาน […]
