หากวางแผนซื้อบ้านนอกจากราคาบ้าน เงินดาวน์ และค่าใช้จ่ายในวันโอนแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายที่ควรทำความเข้าใจหลังจากมีบ้านเป็นของตัวเอง หนึ่งในนั้น คือ ภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นภาษีจัดเก็บจากผู้ครอบครองที่ดิน สำหรับผู้ที่กำลังทำความเข้าใจหลักการคำนวณภาษีเบื้องต้น ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการจัดเตรียมทรัพย์สินแรกเริ่มของครอบครัว เพื่อช่วยให้วางแผนค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างแม่นยำ โดยได้รวมสาระสำคัญที่ต้องพิจารณาไว้ มีดังนี้ บ้านที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยมีหลักเกณฑ์แตกต่างกัน การใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินมีผลต่อการพิจารณาภาษี โดยบ้านที่เจ้าของซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาใช้เป็นที่อยู่อาศัย และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามหลักเกณฑ์ จะมีสิทธิ์ได้รับยกเว้นฐานภาษีตามมูลค่าที่กฎหมายกำหนด กรณีเป็นเจ้าของทั้งที่ดินและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หากมูลค่ารวมกันไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับยกเว้นฐานภาษีตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ขณะที่ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นในส่วนของสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท จึงควรตรวจสอบทั้งกรรมสิทธิ์ และข้อมูลทะเบียนบ้านให้ถูกต้อง เพราะรายละเอียดเหล่านี้มีผลต่อการพิจารณาสิทธิยกเว้นภาษี ฐานภาษีไม่ได้คำนวณจากราคาซื้อขายโดยตรง ข้อเข้าใจผิดที่พบได้บ่อย คือคิดว่าภาษีจะคิดจากราคาซื้อขายบ้านตามสัญญา แต่ในทางกฎหมายการกำหนดฐานภาษีจะอิงจาก มูลค่าที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ตามราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมธนารักษ์เป็นหลัก กรณีเป็นบ้านพร้อมที่ดิน จะพิจารณามูลค่าของทั้งสองร่วมกันตามราคาประเมิน และในส่วนของสิ่งปลูกสร้าง จะมีปัจจัยเรื่องค่าเสื่อมราคาตามประเภท รวมถึงอายุของอาคารเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น เพื่อประเมินภาระภาษีให้แม่นยำ การตรวจสอบราคาประเมินทุนทรัพย์ และรายละเอียดทรัพย์สินจริง เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม แทนการอ้างอิงจากราคาซื้อขายเพียงอย่างเดียว อัตราภาษีขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์ ภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างไม่ได้ใช้อัตราเดียวกับทรัพย์สินทุกประเภท แต่แบ่งตามลักษณะการใช้ประโยชน์ เช่น […]
Author Archives: ADMIN
เมื่อพนักงานแจ้งลาคลอด ฝ่าย HR ก็ต้องมีรายละเอียดหลายด้านที่ต้องจัดการ ตั้งแต่การตรวจสอบสิทธิ และระยะเวลาการลา การดำเนินงานด้านเอกสารและค่าจ้าง ไปจนถึงการประสานงานกับหัวหน้างาน เพื่อเตรียมกำลังคนให้เพียงพอ ในช่วงที่พนักงานไม่อยู่ หากไม่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า อาจทำให้ทั้งการบริหารสิทธิพนักงานและการทำงานภายในทีมเกิดความติดขัดได้ ในบทความนี้ ได้รวบรวมสิ่งที่ HR ต้องรับมือ เมื่อพนักงานลาหยุดแบบลาคลอด เพื่อให้ฝ่าย HR เตรียมความพร้อม และจัดการแต่ละขั้นตอนได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ตรวจสอบสิทธิตามกฎหมายแรงงาน วันลาหยุดตามกฎหมายแรงงาน ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครองลูกจ้างโดยเฉพาะ การลาคลอดจึงเป็นสิทธิตามกฎหมาย นายจ้างไม่มีสิทธิลดเงินเดือน หรือเลิกจ้างพนักงานด้วยเหตุผลนี้ จัดทำเอกสารบันทึกการลา ให้พนักงานยื่นใบลาคลอดล่วงหน้า 30-45 วัน พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ โดย HR ควรบันทึกวันเริ่มต้น และวันสิ้นสุดการลาให้ชัดเจน เช่นเดียวกับการจัดการสิทธิลาพักร้อนตามกฎหมายแรงงาน เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนในการคำนวณสิทธิวันลาสะสม วางแผนการทดแทนงาน ประเมินแผนกำลังคนล่วงหน้า และเตรียมพนักงานทดแทนในช่วงที่ลา โดยอาจมอบหมายงานให้ทีมอื่นช่วยดูแลชั่วคราว หรือพิจารณาจ้างพนักงานสัญญาระยะสั้นเข้ามาเสริม เพื่อให้งานยังคงดำเนินต่อไปได้ สื่อสารภายในองค์กร โดยทั่วไป พนักงานมักแจ้งหัวหน้างานล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่ในส่วนนี้ HR มีบทบาทสำคัญในการช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องสิทธิลาคลอด ให้กับทีมงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด หรือความรู้สึกไม่เท่าเทียมกัน เตรียมความพร้อมกลับมาทำงาน เมื่อครบกำหนดระยะเวลาลา […]
สร้างความฮือฮาให้โลกโซเชียลสั่นสะเทือนอีกครั้ง สำหรับอดีตนางเอกชื่อดัง จอย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค เจ้าของดีกรีดอกเตอร์ ที่ล่าสุดขอสลัดลุคเรียบร้อยมาสวมบิกินี่สีดำอวดหุ่นสุดเป๊ะท้าแดดทะเล แม้จะเป็นช่วงหน้าฝนแต่ก็ทำเอาทะเลดูสดใสขึ้นมาทันตา เรียกได้ว่าเพียงแค่เธอปรากฏตัวริมชายหาดก็ทำให้บรรยากาศร้อนแรงยิ่งกว่าอุณหภูมิจริง หาดไม่ร้อน แต่ทะเลเดือดเพราะ “จอย ศิริลักษณ์” แฟน ๆ ที่ได้เห็นภาพต่างพร้อมใจกันร้องว้าว เพราะไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นเธอมาในมุมแซ่บแบบนี้ โดยเฉพาะช็อตที่เธอนอนอยู่บนหาดทราย เผยผิวขาวเนียนกระจ่างตาและรูปร่างยังคงเป๊ะไม่เปลี่ยนแม้กาลเวลาจะผ่านไปนานหลายปี ทำเอาไลก์และคอมเมนต์ถล่มทลาย สวยสดใสไม่เปลี่ยน แม้อายุ 47 ปีแล้ว ต้องยอมรับว่าเวลาทำอะไรเธอไม่ได้เลยจริง ๆ เพราะแม้ในวัย 47 ปี จอย ศิริลักษณ์ ยังคงมีออร่าความสวยสดใสจับตา พร้อมเสน่ห์ที่เพิ่มขึ้นตามวัย การกลับมาในลุคเซ็กซี่ครั้งนี้จึงไม่แปลกที่ทำให้โลกโซเชียลแทบลุกเป็นไฟ แฟน ๆ ต่างพร้อมใจกันคอมเมนต์ชมความงดงามของเธออย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็น “สวยมาก ๆ” “ไม่คิดว่าจะได้เห็นจอยในลุคนี้” และ “ทะเลหน้าฝนยังร้อนแรงได้เพราะเธอคนนี้” ซึ่งล้วนสะท้อนว่าแม้เวลาจะผ่านไป แต่ความสวยและเสน่ห์ของ จอย ศิริลักษณ์ ก็ยังตรึงใจแฟน ๆ ได้ไม่เสื่อมคลาย
เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย สำหรับ น้องสมใจ ลูกสาวคนโตวัย 15 ปีของนักร้องนักแสดงชื่อดัง เต๋า สมชาย ที่ล่าสุดเผยอีกหนึ่งความสามารถในฐานะนักกีฬาวอลเลย์บอลของโรงเรียน โดยเฉพาะจังหวะเสิร์ฟที่เต็มไปด้วยพลังและความมั่นใจ สะกดสายตาผู้ชมรอบข้างอย่างจัง สองพี่น้องบ้านนี้ถือเป็นลูกไม้หล่นใต้ต้นอย่างแท้จริง ทั้ง น้องสมใจ และ น้องสุขใจ ลูกสาวและลูกชายสุดที่รักของ เต๋า สมชาย กับภรรยา ยุ้ย อัฐมาศ ที่ปัจจุบันกำลังเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มสาวอย่างมีคุณภาพ แถมยังโชว์แววโดดเด่นทั้งในสายบันเทิงและกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างเต็มตัว ก่อนหน้านี้ น้องสุขใจ เคยสร้างความปลื้มปิติให้กับคุณพ่อมาแล้วจากการแสดงละครเวที แฟนฉัน เดอะมิวสิคัล ที่ถ่ายทอดบทบาทได้อย่างน่ารักสดใสจนคนดูประทับใจ ส่วน น้องสมใจ ก็เคยโชว์ความสามารถด้านแฟชั่นด้วยการเดินแบบในงาน YouthQuake Runway 2024 ครั้งแรก ซึ่งเรียกเสียงชื่นชมจากผู้ชมด้วยบุคลิกมั่นใจเกินวัยและลุคมืออาชีพอย่างมาก ล่าสุด น้องสมใจ ยังเปิดอีกบทบาทในฐานะนักกีฬาวอลเลย์บอลของโรงเรียนที่เธอทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างจริงจัง ด้วยลีลาการเสิร์ฟที่เฉียบคม ท่วงท่ามั่นใจ และแรงส่งที่ทรงพลังจนเพื่อนร่วมทีมและโค้ชต้องยกนิ้วให้ บ่งบอกถึงพรสวรรค์ด้านกีฬาไม่แพ้สายบันเทิง เส้นทางของสองพี่น้องที่เริ่มชัดเจนขึ้นในแบบของตนเอง ทั้งด้านศิลปะการแสดงและกีฬา ทำให้ เต๋า สมชาย อดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจที่เห็นลูกทั้งสองเติบโตขึ้นอย่างมั่นคงและมีคุณภาพในเส้นทางที่ตนเองรักอย่างแท้จริง
สื่อจากอังกฤษเปิดเผยว่า สโมสร อาร์เซนอล กำลังเตรียมเดินหน้าเจรจาต่อสัญญาฉบับใหม่กับสองกำลังสำคัญอย่าง วิลเลียม ซาลิบา และ บูกาโย ซากา ซึ่งปัจจุบันเหลือสัญญากับทีมจนถึงสิ้นสุดฤดูกาล 2026/27 หรืออีกไม่ถึงสองปี โดยมีรายงานว่า “ปืนใหญ่” ต้องการรั้งทั้งคู่ให้อยู่เป็นแกนหลักของทีมในระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคงและต่อยอดความสำเร็จในอนาคต ขณะเดียวกัน รายงานจาก Football Insider ระบุว่า กาเบรียล เชซุส และ เลอันโดร ทรอสซาร์ สองแนวรุกของทีม เตรียมถูกปล่อยตัวออกจากถิ่นเอมิเรตส์ในตลาดนักเตะเดือนมกราคมนี้ หลังไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ มิเกล อาร์เตตา กุนซือใหญ่ชาวสเปนที่กำลังวางรากฐานทีมชุดใหม่ สำหรับ เชซุส วัย 28 ปี เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าฉีก และยังต้องใช้เวลาเรียกความฟิตกลับมา อีกทั้งยังต้องแข่งขันแย่งตำแหน่งกับ วิคตอร์ โยเคเรส และ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่กำลังได้รับความไว้วางใจจาก อาร์เตตา อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้โอกาสลงสนามของเจ้าตัวลดน้อยลงอย่างชัดเจน ด้าน ทรอสซาร์ แนวรุกทีมชาติเบลเยียม วัย 30 ปี ก็แทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามมากนัก […]
สถานการณ์ใน เนปาล ตึงเครียดอย่างหนักตั้งแต่วันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา หลังประชาชนจำนวนมากออกมาประท้วงต่อต้านรัฐบาล โดยมีประเด็นหลักคือการกล่าวหาว่ารัฐบาลทุจริตและการตัดสินใจแบนโซเชียลมีเดียที่ใช้สื่อสารในประเทศ กระแสความไม่พอใจลุกลามอย่างรวดเร็ว กลายเป็นความรุนแรงในหลายพื้นที่ มีทั้งการบุกเผาอาคารของรัฐ ทำร้ายนักการเมือง และปล้นสะดมอาคารพาณิชย์ทั้งของรัฐและเอกชน หนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความแตกตื่นที่สุดคือการที่กลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปภายในโรงแรม Hilton แล้ววางเพลิง ทำให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขของ เนปาล ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 25 ราย และบาดเจ็บอีก 699 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 10 กันยายน 2568) ท่ามกลางบรรยากาศความวุ่นวายและไฟที่โหมลุกในโรงแรมเดียวกันนั้น สองนักตบลูกยางสาวไทยจากทีม Kathmandu Spikers อย่าง อภิญญา ปฏิบัติทอง หรือ “อุ้ม” และ กาญจนา ศรีใสแก้ว หรือ “บีม” ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเล่าถึงช่วงเวลาที่ต้องหนีเอาชีวิตรอดออกมาจากไฟไหม้ โดยข้อความระบุว่า “สถานการณ์แย่มาก ออกมาได้แต่ตัว ของทุกอย่างอยู่ในห้องหมด ช่วยด้วย อยากกลับบ้าน” นอกจากนี้ยังมีนักวอลเลย์บอลหญิงไทยอีก 3 […]
แฟนมวยชาวไทยเตรียมส่งกำลังใจให้กับ “อเล็ก” ซานโดร โบซี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “อเล็ก สิงห์มาวิน” นักชกดาวรุ่งวัยเพียง 16 ปีจากฝรั่งเศส ที่พร้อมปลดล็อกศักยภาพแบบเต็มพิกัดในไฟต์เปิดตัวครั้งแรกกับ “คิริลล์ ชีชิค” กำปั้นหมัดคมวัย 21 ปีจากรัสเซีย บนสังเวียนศึก ONE ลุมพินี 124 ซึ่งจะระเบิดความมันจากเวทีมวยลุมพินี (รามอินทรา) ส่งตรงไปยัง 195 ประเทศทั่วโลกในวันศุกร์ที่ 12 กันยายนนี้ “อเล็ก” ขึ้นชื่อเรื่องฝีมือที่เฉียบคม โดยกวาดชัยชนะมาแล้วถึง 64 ครั้งจากทั้งหมด 76 ไฟต์ และครั้งนี้จะเป็นการชกด้วยนวมเล็กเป็นครั้งแรกในชีวิต เจ้าตัวตั้งเป้าโชว์ศักยภาพเต็มสูบ หวังปิดบัญชี “คิริลล์” แบบไม่ต้องลุ้นแต้มจากกรรมการ “คิริลล์เป็นมวยที่เตะได้เร็วและหนัก นักชกจากรัสเซียขึ้นชื่อเรื่องหมัดจัดจ้าน แต่ผมมั่นใจว่าอาวุธหมัดของผมหนักกว่าเขา จุดแข็งของผมคือหมัดกับศอก และผมอยากปิดเกมให้เร็วที่สุดเพื่อคว้าโบนัส หากได้เงินจะมอบให้พ่อแม่ส่วนหนึ่ง ที่เหลือเก็บไว้ใช้ส่วนตัว” — อเล็ก กล่าวอย่างมั่นใจ เจ้าหนุ่มเลือดเฟรนช์ยังเสริมว่าเขาตั้งใจจะใช้เวทีนี้โชว์ศิลปะแม่ไม้มวยไทยทุกกระบวนท่า โดยตั้งเป้ากวาดชัยชนะทุกไฟต์ในรายการนี้ให้ได้ พร้อมฝากถึงแฟนมวยชาวไทยให้ช่วยส่งแรงใจให้กับเขาและ “พี่เดโช” เพื่อนร่วมค่ายที่ร่วมขึ้นสังเวียนในวันเดียวกันด้วย เส้นทางของ […]
ท่ามกลางความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เหล่าทหารผู้เสียสละยังคงยืนหยัดปฏิบัติภารกิจเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ แม้ในขณะเดียวกัน ครอบครัวของพวกเขาจะกำลังเผชิญกับช่วงเวลาสำคัญของชีวิตที่รอคอยอยู่เบื้องหลัง เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Wann SP” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “คุณหวาน” พยาบาลประจำโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี ได้เผยแพร่เรื่องราวที่สร้างความซาบซึ้งใจผ่านโพสต์ภาพจดหมายเขียนด้วยลายมือจาก “จ่าเอ็ม” นายทหารผู้กำลังปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า จ่าทหารฝากความห่วงใยผ่านจดหมาย ในจดหมายดังกล่าว จ่าเอ็มเขียนฝากเพื่อนทหารว่า “ฝากบอกหมวดเอก ให้ติดต่อพี่หวาน ให้คอยช่วยติดต่อแฟนผมด้วยนะครับ ตอนนี้ใกล้คลอดแล้ว วันที่ 31 ก.ค. ต้องไปนอน รพ.ตามนัด ผ่าวันที่ 1 แต่กลัวไม่มีคนพาไป ไม่มีใครดูแล เพราะยังมีลูกเล็กอีกคนอยู่ ขอบคุณจากแนวหน้า ม้าศึก” ถ้อยคำเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความห่วงใยต่อภรรยาและลูก ทำให้ผู้ที่ได้อ่านรู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่ง น้ำใจจากแนวหลังถึงแนวหน้า คุณหวานผู้ได้รับจดหมายดังกล่าว ได้โพสต์ความรู้สึกบอกเล่าผ่านเฟซบุ๊กว่า “จดหมายจากแนวหน้า… ลูกก็จะคลอด รบกับเขมรก็ต้องรบ อ่านแล้วน้ำตาไหลเลย ไม่รู้จะตอบกลับยังไง อยากให้รู้ว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะ พยาบาลคนนี้จะดูแลครอบครัวแทนให้อย่างดีที่สุด ขอบคุณที่เสียสละเพื่อประเทศชาติแทนพวกเรา” หลังจากโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวโซเชียลจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความรู้สึก พร้อมส่งกำลังใจทั้งให้ภรรยาของจ่าเอ็มที่ใกล้คลอด และขอให้จ่าเอ็มปลอดภัยกลับมาหาครอบครัวโดยเร็วที่สุด ลูกสาวลืมตาดูโลกปลอดภัย […]
“พระโคพระแก้ว” กลายเป็นตำนานที่ถูกเล่าขานอย่างยาวนาน และถูกเชื่อมโยงกับความรู้สึกฝังใจในหมู่ชาวกัมพูชา โดยเรื่องเล่านี้กล่าวว่า “เพราะพระโคมั่งคั่งติดท้องไปกับไทย” จึงทำให้ไทยรุ่งเรือง ในขณะที่กัมพูชาเหลือเพียง “พระแก้ว” ที่ไร้พลังวิเศษ ส่งผลให้บ้านเมืองเสื่อมถอยลง ตำนานดังกล่าวถูกพูดถึงอีกครั้งในรายการ “โหนกระแส” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง “ความทรงจำคนละฝั่ง” และความขัดแย้งเชิงสัญลักษณ์ระหว่างไทย–กัมพูชา เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 รายการโหนกระแสได้หยิบยกประเด็น “ตำนานพระโคพระแก้ว” และ “พระเสด็จกอน” มาถกเถียงในช่วงเวลาที่สังคมหันมาจับตาความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชาอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ยังมีความตึงเครียดทางการเมืองและการทหาร ชาวกัมพูชาเล่าขานกันว่า “ความรุ่งเรืองของอาณาจักรเขมรสิ้นสุดลงตั้งแต่สยามนำตัว ‘พระโค’ ไปพร้อมกับความมั่งคั่งและปัญญา” ขณะที่พวกเขาเหลือเพียง “พระแก้ว” ที่ไม่อาจบันดาลอภินิหารได้ เรื่องเล่านี้ถูกตีความในเชิงสัญลักษณ์ว่า “ไทยเจริญรุ่งเรืองได้เพราะขโมยสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากกัมพูชา” แม้จะไม่พบหลักฐานในเอกสารประวัติศาสตร์ไทย แต่ก็ถูกปลูกฝังผ่านระบบการศึกษาและวัฒนธรรมกัมพูชาในหลายยุคสมัย นอกจากนี้ยังมีการเปิดประเด็น “พระเสด็จกอน” ที่ชาวกัมพูชาบางกลุ่มเชื่อว่าเกี่ยวโยงกับการปลูกฝังแนวคิดเรื่อง “ผู้นำที่เป็นร่างอวตาร” โดยโยงไปถึงฮุนเซนที่ถูกสื่อสารว่าเป็นการกลับชาติมาเกิดของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ตำนาน แต่ยังเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการปลุกกระแสชาตินิยม ในรายการดังกล่าว ได้เชิญ รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาร่วมวิเคราะห์ โดยชี้ว่า ตำนานพระโคพระแก้วถูกใช้เป็นกลไกทางการเมืองโดยรัฐกัมพูชา โดยเฉพาะหลังยุคเขมรแดง เพื่อสร้างความรู้สึกร่วมทางประวัติศาสตร์และความเจ็บปวดที่เชื่อมโยงไปยัง […]
ในทุกสมรภูมิ ทหารคือผู้ที่ยืนหยัดอยู่แนวหน้าเพื่อปกป้องผืนแผ่นดิน ต้องเผชิญกับความเสี่ยงถึงชีวิตภายใต้หน้าที่อันยิ่งใหญ่ ซึ่งกองทัพไทยมีระบบสวัสดิการและมาตรการดูแลเพื่อชดเชยความเสียสละเหล่านี้ แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า หากทหารได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ครอบครัวจะได้รับสิทธิประโยชน์ใดบ้าง บทความนี้สรุปรายละเอียดสิทธิประโยชน์ที่ทหารและครอบครัวจะได้รับ โดยแสดงตัวเลขเป็นค่าเฉลี่ยเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น กรณีเสียชีวิตจากการรบ เงินช่วยเหลือจากกระทรวงกลาโหม: ประมาณ 500,000 – 600,000 บาท เงินฌาปนกิจศพ: ราว 20,000 – 40,000 บาท และหากผู้เสียชีวิตเป็นสมาชิกสหกรณ์อาจได้รับเพิ่มเติมอีก 100,000 – 300,000 บาท เงินจากกองทุนทายาท: เช่น กองทุนวีรชนชายแดนใต้ ประมาณ 100,000 – 300,000 บาท เงินประกันชีวิต (หากมีการทำไว้): 500,000 – 1,000,000 บาท เงินบำเหน็จตกทอด: เฉลี่ย 200,000 – 500,000 บาท บำนาญครอบครัว: คู่สมรสหรือบุตรได้รับรายเดือน 3,000 – 8,000 บาท กรณีบาดเจ็บสาหัสหรือพิการ ค่ารักษาพยาบาล: […]










