กองปราบจับกุมโจรตระเวนงัดบ้าน 2 ราย เลือกบ้านติดป้ายขายเป็นเป้าหมาย เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 กองปราบปราม ได้สั่งการจับกุมผู้ต้องหา 2 คน ในคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ได้แก่ นายธเนตร อายุ 44 ปี และ นายสุรศักดิ์ อายุ 28 ปี ที่พบตัวในบ้านพักย่านถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ตระเวนลักทรัพย์ในซอยนวลจันทร์ คดีนี้เกิดขึ้นจากการร้องขอความช่วยเหลือของผู้เสียหายต่อเจ้าหน้าที่ เนื่องจากประสบปัญหากับการขโมยทรัพย์สินที่เกิดขึ้นเป็นประจำในย่านซอยนวลจันทร์ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ก่อเหตุมีวิธีการทำงานที่เป็นระบบ โดยเลือกบ้านที่มีป้ายประกาศขายติดไว้เป็นเป้าหมาย เนื่องจากเชื่อว่าเจ้าของบ้านปล่อยทิ้งไว้นาน ไม่มีใครอาศัยอยู่ในปัจจุบัน สิ่งนี้ทำให้ผู้เสียหายไม่รู้เรื่องราวในเวลานาน ส่งผลให้การไล่ตามตัวผู้ก่อเหตุเป็นไปได้ยากลำบาก หลักฐานจากกล้องวงจรปิดช่วยจับตัวผู้ต้องหา เหตุการณ์ลักทรัพย์ที่สำคัญเกิดขึ้นในคืนวันที่ 30 มิถุนายน เมื่อผู้ร้ายบุกเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งในซอยนวลจันทร์ ขโมยทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก รวมถึงคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 2 ชุด โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ข้าวหอมมะลิ 12 ถุง เครื่องสแกนใบหน้าสำหรับบันทึกเวลาทำงาน และทรัพย์สินอื่นๆ ที่มีค่าอีกมากมาย […]
Category Archives: ข่าวมาใหม่
ศาลยกฟ้องสองชายจีนในคดีกรรโชกทรัพย์และฟอกเงิน ศาลจังหวัดนนทบุรีได้ออกคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่เกี่ยวข้องกับสองชายสัญชาติจีนที่ถูกจับกุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยคดีนี้เป็นคดีข้ามชาติที่เคยสร้างการสนใจสาธารณะอย่างมากเกี่ยวกับการแย่งชิงทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านบาท รายละเอียดการจับกุม ผู้ต้องหาในคดีนี้ได้แก่ นายตงกัว หรือ Mr. Zhao Chuanbo อายุ 41 ปี และ Mr. Huang Jianping อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นคนสัญชาติจีนทั้งคู่ ทั้งสองคนถูกจับกุมเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ปีที่แล้ว โดยตำรวจหลายหน่วยร่วมมือกันดำเนินการที่บริเวณสนามบินแห่งนี้ ข้อกล่าวหาที่ชี้ประเด็นต่อทั้งสองคนนั้น อยู่ในข้อกล่าวหาการร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น และทำให้พินัยกรรมหรือเอกสารของผู้อื่นเสียหายหรือสูญหาย ตามหมายจับที่ศาลจังหวัดนนทบุรีออกให้ ที่มาของคดี การร้องทุกข์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน ของปีที่แล้ว โดยอดีตนายตำรวจนอกราชการได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจาก Mr. Yin Qianying หรือ “อาลู่” ชาวจีนสัญชาติกัมพูชา ที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำพิเศษ ผู้ร้องทุกข์กล่าวหาว่านายตงกัว ซึ่งมีหมายจับของตำรวจสากลและทำหน้าที่เป็นสายข้อมูลให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้ร่วมกันกรรโชกทรัพย์สิ้นสุดของ “อาลู่” โดยนำเงินจากประเทศจีนมาฟอกเงินผ่านการซื้อโรงแรมหรูในย่านสีลม มูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินอื่นๆ […]
สุนัขตำรวจ K9 ตรวจสัมภาระผู้โดยสารสายการบินไทยไปออสเตรเลีย ผลปฏิบัติไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจนำสุนัขตำรวจ K9 จำนวน 2 นาย ลงปฏิบัติงานตรวจค้นสัมภาระผู้โดยสารเที่ยวบินสายการบินไทยออสเตรเลีย ในหัวข่าว เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เวลา 06.30 น. โดยไม่พบสิ่งของที่ผิดกฎหมาย รายละเอียดการปฏิบัติงานตรวจค้น การตรวจค้นหายาเสพติดดังกล่าวดำเนินการที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมุ่งเน้นตรวจสัมภาระผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ของเที่ยวบิน TG 461 ปลายทางเมืองเมลเบิร์นประเทศออสเตรเลีย ซึ่งกำหนดออกเดินทางเวลา 08.10 น. เจ้าหน้าที่สนามบินและกำลังสุนัขตำรวจได้ตรวจสอบอย่างละเอียด ส่งผลให้ไม่พบสิ่งของห้ามตามกฎหมายใดๆ บริบทการเพิ่มมาตรการความปลอดภัย การปฏิบัติงานดังกล่าวเกิดขึ้นตามสั่งการของกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้ประกาศให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยสั่งการสายการบินต่างๆ ให้นำมาตรการควบคุมเพิ่มเติมมาใช้บังคับ มาตรการที่นำมาใช้ได้แก่ ห้ามเจ้าหน้าที่ลูกเรือรับฝากหิ้วสิ่งของที่อาจก่อความเสี่ยง รวมถึงการเพิ่มความสามารถของเจ้าหน้าที่ระบบเอกซเรย์ผ่านการอบรมเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีการยกระดับความพร้อมด้านข่าวกรรมการ และการเพิ่มจำนวนสุนัขตำรวจ K9 จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้ามาช่วยเหลือในการป้องกันและตรวจค้นสิ่งของผิดกฎหมายที่สนามบิน ความมุ่งมั่นในการรักษาความปลอดภัย การเพิ่มเติมมาตรการความปลอดภัยเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและตรวจจับสิ่งของที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารเสพติด เพื่อให้แน่ใจว่าผู้โดยสารและอากาศยานจะได้รับความปลอดภัยอย่างสูงสุด
อดีตนายกฯ อบต.ราชาเทวะ ถูกศาลสั่งจำคุก 5 ปี คดีจัดซื้อเสาไฟฟ้าประติมากรรม ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ออกคำพิพากษาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยตัดสินสั่งจำคุกอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ราชาเทวะ นายทรงชัย เป็นเวลา 5 ปี ร่วมกับจำเลยอีก 2 คนในคดีการจัดซื้อเสาไฟฟ้ารูปประติมากรรมกินรี ความผิดและรายละเอียดคดี จำเลยในคดีนี้รวมทั้งสิ้น 10 คนต้องเผชิญความสนใจสืบสวนเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่เหมาะสมในการจัดทำโครงการซื้อเสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรี ในช่วงปี 2556 โดยในภายหลังมีการปรับปรุงโครงการเดิมด้วยงบประมาณในปี 2562 อย่างไม่เหมาะสม ความผิดที่ถูกกล่าวหาประกอบไปด้วยการกระทำที่ผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 รวมถึงการกระทำผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ผลการพิพากษาของศาล ศาลพิพากษาว่านายทรงชัยซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 และน.ส.วาสนาซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 123/1 โดยการกระทำของทั้งสองคนถือเป็นกรรมเดียวที่ผิดต่อกฎหมายหลายบท ศาลได้ลงโทษจำคุกทั้งสองจำเลยคนละ 5 ปี ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด […]
ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้าลักลอบ 2 หมื่นชิ้น ในกรุงเทพ จับกุมครอบครัว 5 คน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. บริหารการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยพร้อมด้วยพล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. ได้ดำเนินการบุกค้นเป้าหมายจำนวน 5 จุด ภายในซอยประชาอุทิศ 16 และ 27 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร เนื่องจากสูบทราบว่าเป็นแหล่งลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทางออนไลน์ขนาดใหญ่ ผลการบุกค้นและการยึดสินค้า ในการตรวจค้นจำนวน 5 จุด ได้ผลดังนี้ จุดที่ 1 ถึง 3 ซึ่งเป็นบ้านพักในซอยประชาอุทิศ 27 ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ ส่วนจุดที่ 4 ในซอยชุมชนหลังวัดกลางนา ซอยประชาอุทิศ 27 พบกล่องพัสดุบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าซุกซ่อนอยู่ในเพิงพักที่ไม่มีเลขที่ จุดสำคัญที่สุดคือจุดที่ 5 ท้ายซอยประชาอุทิศ 16 เขตทุ่งครุ ซึ่งเป็นลานจอดรถเก่าที่มีบ้านชั้นเดียว 2 หลัง […]
“`html แกร่งบุกจับหญิงสูงวัยหัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ ฟอกเงินกว่า 100 ล้านบาท การปราบปรามการคดีอาญาประสบความสำเร็จอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่จับกุมผู้หญิงอายุ 46 ปีที่เป็นกรรมการบริษัทนอมินีและหัวหน้าของแก๊งฮุบเงินออนไลน์ บุคคลดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญของเครือข่ายการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตที่ได้ทำให้ประชาชนสูญเงินมากกว่า 100 ล้านบาท ความเป็นมาของการจับกุม เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. ได้สั่งการให้ทีมสืบสวนจับกุมตัว น.ส.ธัญรัศม์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหลักในคดีมิจฉาชีพออนไลน์ โดยทำการจับกุมที่บริเวณอพาร์ตเมนต์ในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง เลขที่ 570/2569 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2569 โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาในข้อหลายข้อ ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันแทรกข้อมูลเท็จเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ร่วมกันฟอกเงินและสมคบฟอกเงิน วิธีการทำงานของเครือข่ายมิจฉาชีพ จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า เครือข่ายมิจฉาชีพได้ดำเนินการลักลอบหลอกร่วมลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ โดยแสดงตัวเป็นบริษัทธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้คนเชื่อถือและตกเป็นเหยื่อ แก๊งผู้ร้ายแบ่งบทบาทหน้าที่อย่างชาญฉลาดและมีระบบ โดยแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มตั้งแต่กลุ่มที่ชักชวนผู้เสียหาย จนถึงกลุ่มที่จัดตั้งบริษัทนอมินีและเปิดบัญชีธนาคารปลอม การจัดตั้งบริษัทกวมเงินนี้มีจำนวนมากกว่า 50 บริษัท ซึ่งใช้เป็นช่องทางรับโอนเงินจากผู้ตกเป็นเหยื่อ จำนวนผู้เสียหายและเงินที่สูญเสีย ปัญหาจากเครือข่ายมิจฉาชีพนี้ยังมีความรุนแรงอย่างมาก โดยมีผู้เสียหายจำนวนมากขึ้นทีละเพิ่มเติม และได้แจ้งความเรียบร้อยแล้วไปยังสถานีตำรวจในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ปริมาณเงินที่ถูกจ้างหายไปมีจำนวนรวมกว่า […]
ตำรวจจับกุมสองผู้ต้องหาลักลอบขนเคตามีนกว่า 37 กิโลกรัม หน่วยงานตำรวจสเบียงชาติ (ดส.) ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาสองคนในวันที่ 5 กรกฎาคม เวลา 05.00 น. ที่บริเวณลานจอดรถชุมชนบางปิ้ง ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรปราการ ผู้ถูกจับกุมได้แก่ นายวิทวัส อายุ 37 ปี และนายพัณณ์กร อายุ 33 ปี พร้อมด้วยของกลางสารเสพติดในปริมาณใหญ่ เคตามีนทั้งสิ้น 37 กิโลกรัม รถยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง การบ้านเบิกตัวและแผนทำการ การจับกุมครั้งนี้เกิดจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้รับข้อมูลจากสายลับเกี่ยวกับเครือข่ายการค้ายาเสพติดที่กำลังดำเนินการลักลอบขนยาในพื้นที่กรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะรับยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่ที่นนทบุรี แล้วนำมาเก็บรักษาและจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไปในต่างพื้นที่ ตำรวจจึงวางแผนเข้าทำการจับกุมและดำเนินการตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัยที่อยู่ในจุดเฝ้าระวัง การสารภาพและสาเหตุการทำความผิด หลังจากการสอบสวน นายวิทวัสฯ สารภาพว่าตนเองขับรถยนต์ไปรับยาเสพติดที่นนทบุรี เพื่อนำไปส่งต่อให้กับผู้ค้ายาในเครือข่ายของตน ส่วนนายพัณณ์กร ให้การรับสารภาพว่าตนเองทำหน้าที่เป็นคนขับรถนำสำรวจเส้นทางสำหรับการขนส่ง โดยจะได้รับค่าจ้างเพียง 2,000 บาทต่อครั้ง เงินนี้ตั้งใจจะนำไปใช้หาเลี้ยงครอบครัว อย่างไรก็ตามแผนการดังกล่าวถูกขัดขวางเมื่อตำรวจสามารถจับกุมได้ ข้อหาทางกฎหมายและการดำเนินการต่อไป เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาเบื้องต้นว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนมีความผิดในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 […]
“`html ตำรวจจับหนุ่มผมยาวพกปืนที่มหาวิทยาลัยอุเทนถวาย เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หน่วยงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปทุมวัน ได้ดำเนินการจับกุมนายศุภธัช อายุ 27 ปี ที่บริเวณทางเข้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เมื่อเวลา 18.00 น. โดยผู้ต้องหาถูกระบุว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัยและพบว่าเหน็บปืนไว้ที่เอว รายละเอียดการจับกุม ตามรายงาน พลตำรวจตรวจสอบท่านชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 พร้อมด้วยสายงานเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับต่างๆ ได้ร่วมกันดำเนินการจับกุมผู้ต้องหา พบของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตร 1 กระบอก มีแม็กกาติดอยู่ และพบกระสุนปืนจำนวน 6 นัด ตลอดจนซองปืนหนังสีดำ 1 ซอง เหตุแห่งการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจป้องกันเหตุการณ์นักเรียนนักศึกษาทะเลาะวิวาท เมื่อข้ามไปตรวจบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยดังกล่าว พบเห็นชายผมยาวที่รู้จักนายศุภธัช มีท่าทีผิดปกติและมีพิรุธลุกลี้ลุกลน ทำให้เจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยว่าผู้ต้องหาอาจพกพาอาวุธ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและขออนุญาตตรวจค้น ผลพบว่าผู้ต้องหาได้เหน็บปืนไว้ที่เอวด้านหน้าข้างขวา ข้อหาที่ได้รับ ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาตามกฎหมาย ได้แก่ การมีครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับการอนุญาตจากทางการ รวมถึงการพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเขตเมืองหรือบริเวณทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปทุมวัน เพื่อดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป “`
จับกุมชายวัย 47 ปี ต้องหาบุกลวนลามหญิงสาวในห้องเช่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 หน่วยงานสืบสวนได้ดำเนินการจับกุมนายบุญส่ง อายุ 47 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ข้อหาการกระทำอนาจารต่อบุคคลโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นไม่สามารถขัดขืนได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสถานที่ในซอยเทศบาล 3 ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม รายละเอียดเหตุการณ์ จากข้อมูลการสอบสวน เหตุการณ์เกิดขึ้นในกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา เมื่อหญิงสาวกำลังพักอยู่ในห้องเช่าเพียงลำพัง ผู้ต้องหาได้บุกเข้ามาในห้องแล้วเริ่มลวนลามจับอวัยวะเพศและลูบคลำร่างกายของเหยื่อ แม้ว่าผู้เสียหายพยายามขัดขืนและร้องขอให้หยุด แต่ผู้ต้องหายังคงกระทำการบังคับและมีเจตนาจะข่มขืนต่อไป เมื่อแฟนหนุ่มของผู้เสียหายเดินทางกลับมาถึงห้องพักโดยไม่คาดคิด ผู้ต้องหาจึงตื่นตกใจและรีบหลบหนีออกไปจากที่เกิดเหตุทันที หลังจากนั้นผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ ก่อนที่ศาลจังหวัดสมุทรสาครจะอนุมัติการออกหมายจับในชื่อ การจับกุมและสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่าผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ในพื้นที่ย่านอ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามจึงสามารถจับกุมตัวได้สำเร็จ ในการสอบสวน นายบุญส่งให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยอ้างว่าตนกับผู้เสียหายคบหากันมาหลายปีแล้ว แม้ว่าตนมีภรรยา แต่มักเดินทางไปหาผู้เสียหายที่ห้องพักเป็นประจำ ผู้ต้องหาเน้นว่าตนไม่ได้ก่อเหตุตามที่ถูกกล่าวหา โดยระบุว่าในวันเกิดเหตุมีชายคนหนึ่งซึ่งอ้างตัวว่าเป็นแฟนหนุ่มของผู้เสียหายเดินทางมาหาที่ห้องพัก จึงเกิดการสู้รบและชกต่อยกัน ก่อนที่จะหลบหนีออกมา นายบุญส่งยังอ้างว่าหากรู้ว่าผู้เสียหายมีชายอื่นอยู่เบื้องหลัง เขาก็คงจะไม่เข้าไปหาที่ห้องพักแน่นอน การดำเนินการต่อ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน เพื่อดำเนินการตรวจสอบและคดีตามกฎหมายต่อไป
“`html ศุลกากรจับยาเสพติดนักเดินทางต่างชาติ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ปีที่ผ่านมา กรมศุลกากรตรวจพบเหตุการณ์ลักลอบขนยาเสพติดชั้นหนัก หลังจากที่พนักงานศุลกากรร่วมกับชุดปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน สนใจพฤติกรรมของผู้โดยสารหนึ่งคนที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบขนยาเสพติด สิ่งที่ค้นพบจากการตรวจสัมภาระ ผู้โดยสารรายนี้เดินทางจากกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย แล้วเปลี่ยนเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีแผนเดินทางต่อไปยังกรุงแอดดิสอาบาบา ประเทศเอธิโอเปีย และจบลงที่สนามบินนานาชาติอิวาโต ประเทศมาดากัสการ์ เจ้าหน้าที่ศุลกากรแบ่งกำลังออกเป็นสองชุด เพื่อตรวจสอบสัมภาระในห้องขนถ่ายสัมภาระของผู้เปลี่ยนเครื่องบิน เมื่อภาพเอกซเรย์แสดงสัญญาณแปลกปลอม เจ้าหน้าที่จึงชักชวนให้ผู้โดยสารเปิดสัมภาระเพื่อการตรวจสอบอย่างละเอียดที่บริเวณประตูสูงขึ้นเครื่องบิน ยาเสพติดมูลค่าไม่น้อย ภายในสัมภาระพบถุงกาแฟ ถุงชาเขียว และสินค้าเสริมอาหารหลายชนิด เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบว่าภายในมีถุงพลาสติกซ่อนผงสีขาวเป็นก้อน การทดสอบด้วยสารเคมียืนยันว่าเป็นเฮโรอีน เจ้าหน้าที่ยึดสารเสพติดจำนวน 17.53 กิโลกรัม คิดค่าประมาณ 7 ล้าน 300 หมื่นบาท ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามประมวณกฎหมายอาญา การดำเนินการต่อ กรมศุลกากรได้ขยายผลการสอบสวนเพื่อติดตามเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ อธิบดีกรมศุลกากรกล่าวว่าการจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงและการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน นอกจากนี้ยังยืนยันความตั้งใจในการป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางผ่านการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ และการปกป้องสังคมไทยจากอันตรายของยาเสพติดอย่างเข้มงวด “`
